|
Food Delivery ที่ Shanghai, China. 🇨🇳
เป็นอะไรที่ boom มากครับ Tea ที่มีหลากหลายรสชาติ หลากหลาย brand 1 แก้วเขาก็สั่ง Delivery กัน ร้านเครื่องดื่ม Tea Order ทาง online เข้าทุก ๆ 2-3 นาที เยอะมาก อ้าปากค้าง เราที่มาสั่งที่ร้าน ต้องรอนาน บางทีก็ give up ไปเลยก็มี อาจจะเป็นช่วง peak hour แต่ถ้าเรามาดึก ๆ 8pm ก็ OK รอไม่นานมาก แต่ Amaze ที่คนเขาสั่งกัน 1 แก้ว ก็ Delivery กัน ไม่แน่ใจค่าบริการจะเป็นแบบไหน อะไร อย่างไร แต่ "ทุกร้าน" ที่ทุกร้านจริง ๆ ครับ Busy มากถึงมากที่สุด ธุรกิจ Delivery คึกคักมาก เราก็ได้แต่นั่งมอง นั่งสังเกตการณ์ Business of large scale ทำอะไรมันดูง่ายไปหมดเลยน้อออออ 1. นั่งดื่ม tea ที่ร้านขายเครื่องดื่มใกล้โรงแรม เราก็จะเห็น rider เดินเข้าออกทุก 5 นาที 2. นั่งดื่ม matcha latte ใน Shopping Centre; Raffle City Shanghai พอดีนั่งอยู่ใกล้บันไดเลื่อน... OMG มาก Amaze มาก rider วิ่งขึ้นลงทุก 2-3 นาที เขาวิ่งนะครับ ไม่ใช่เดิน (ดูแล้วชีวิต rider ค่อนข้างแก่งแย่งแข่งขัน) 3. นั่งกิน dinner อยู่ที่ร้านขายข้าวขาหมู ก็จะมี rider เข้ามาแทบจะทุก ๆ 10-15 นาที Hospitality Business; F&B ดูแล้วเหมือนทำธุรกิจที่ Shanghai น่าจะง่ายนะครับ ไม่ต้องเน้น eat-in เน้นขาย online และระบบเขาดีมาก WeChat เอย AliPay เอย เป็น Cashless Society อย่างแท้ทรู ตลาดข้างถนน ก็ใช้ WeChat และ AliPay กันครับ สะดวกมาก ประชากรเขาเยอะ กำลังซื้อเขาก็เยอะ เออ... มันดูคึกคักไปหมด มันดู energise มาก เห็นแล้วก็ยินดีกับผู้ประกอบการ ...ทุกที่ที่ไป มีเรื่องเล่า... 💕💕💕 Shanghai, China. 🇨🇳
มีการนำ technology มาประยุกต์ใช้กับงานเยอะมาก - Robot ทำกาแฟ - Robot ทำ Ice Cream 2 อันด้านบน ธรรมดาเกิน ที่ล้ำไปอีกขั้นคือ Room Service ของโรงแรมส่วนใหญ่เป็น Robot ไม่ใช่แค่ที่โรงแรมที่เราไปพักนะครับ หลายโรงแรมมากที่เราเดินผ่าน เราเห็น Robot แบบเดียวกันอยู่ตรง Lobby 1. Food Delivery ที่นี่ boom มาก คนต้องการความสะดวกเยอะ เอะอะอะไรก็สั่งของกิน online ซึ่งก็ไม่ผิด ประชากรเขาเยอะ Business Size เขาใหญ่กว่า Australia มาก ที่ Lobby ของโรงแรมจะมี Rider เดินเข้าออกทุก ๆ 5 นาที (ทุก ๆ 5 นาทีจริง ๆ เยอะมาก OMG) Rider เอาอาหารมาส่ง เอาใส่น้อง Robot กดหมายเลขห้อง น้องก็ขึ้น Lift เอาไปส่งที่หน้าห้อง ทุกห้องพักจะมี console ติดต่อกับ Robot เมื่อน้องมาถึงหน้าห้อง เราก็จะได้รับสัญญาณให้เปิดประตูรับของ โอ๊ววว ล้ำไปอีกขั้น ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งที่จีนไม่น่าจะขาด และลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรงไปได้เยอะ 2. โรงแรมใน Chain เล็ก ๆ หรือแบบไม่มี Chain ก็สามารถนำเอา Robot มาใช้งานได้ โรงแรมที่เราไปพัก ไม่มีโทรศัพท์อยู่ในห้อง ต้องการอะไรให้ Wechat สั่ง แล้วน้อง Robot ก็เอาไปให้ หุยยยยย มันดีมากเลย ลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรงไปได้เยอะ อันนี้ก็สามารถนำเอาไปประยุกต์กับการทำธุรกิจอะไรต่าง ๆ นานาได้นะครับ การนำนวัตกรรมมาช่วยจัดการเรื่องบริการเป็นสิ่งที่ดี สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ออกเดินทาง หา inspiration อะไรใหม่ ๆ หา idea อะไรใหม่ ๆ การทำธุรกิจ ทุกอย่างก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคและสมัย ใครปรับตัวได้ก่อน คนนั้นชนะ Shanghai, China. 🇨🇳
บ้านเมือง สะอาด เป็นระเบียบ ตึกสูง ทันสมัย เหมือนกับสิงคโปร์ แต่เป็นเวอร์ชันที่พูดภาษาจีนกลาง Shanghai, modern มาก 99.99% ของรถที่วิ่งตามถนนเป็นรถ EV มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า แทบจะไม่มีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสกปรกเลย ไม่มีเขม่าดำ สำหรับคนที่ชื่นชอบรถ EV ที่นี่คือสวรรค์ของคุณ เนื่องด้วยทั้งเมืองเต็มไปด้วยรถ EV - อากาศที่นี่บริสุทธิ์มาก ปลอดโปร่ง ไม่มีฝุ่น PM2.5 - เหนือสิ่งอื่นใด รถเงียบมาก ไม่มีมลพิษทางเสียง รัฐบาลเมืองเขาทำได้ดีมาก ประชากรเยอะ แต่จัดการได้ดีเรื่องมลพิษ (ที่แทบจะไม่มีเลย) Shanghai เราไม่เห็น petrol station เลย ออกไปเมืองรอบนอก 1 hr เราจะเห็น petrol station แค่ 1 แห่งเท่านั้น รถ EV เยอะ ที่ charge ในเมืองอาจมีไม่เยอะและแพง แต่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ charge รถ EV เยอะมาก และถูกกว่าในตัวเมือง ประเทศเขากว้างใหญ่นะครับ เมืองที่ทันสมัยก็ทันสมัยสุด ๆ ชนบทก็อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่ง อันนี้เรายังไม่ได้ไปสัมผัส ☕✨ เช้า ๆ ที่ Shanghai, China หนีหนาวจากออสเตรเลีย ✈️❄️
หลังจากส่งข้อมูลเรื่อง finance อะไรต่าง ๆ ของทั้งหมด 6 Trusts ให้กับ accountant แล้ว เราก็ tidy up GoogleSheet ของเราด้วย ที่มีอสังหาฯ อยู่ในนั้น ว่าแต่ละ week ค่าเช่าเท่าไร แต่ละ week หลังไหนเสียดอกเบี้ย Home Loan เท่าไร มันคำนวณง่ายมากเลยครับ เราใช้ NAB และ RAMS เขาคำนวณมาให้แล้ว เป็น financial year พอดีเลย เขาก็คงรู้แหละว่าลูกค้าแต่ละคนก็ต้องทำเรื่องภาษี 1 ปีมี 52 weeks เราก็แค่เอาจำนวนนั้น หารด้วย 52 เราก็รู้แล้วครับว่าหลังนั้นต้องเสียดอกเบี้ย week ละเท่าไร เป็น positive cash flow income หรือไม่ และเอาทุกหลังมารวมกัน week หนึ่งมี positive cash flow income เข้ามาเท่าไร เรามี passive income per week เท่านี้ OK ไหมกับ lifestyle ปัจจุบัน ต่าง ๆ นานา ตัวเลขใน Spreadsheet ไม่เคยโกหก เราต้องไม่หลอกตัวเอง Property ตัวไหน perform เป็นอย่างไร ตัวเลขมันออกมาหมดเลย มันทำให้เรา make decision ง่ายว่าหลังต่อไปจะซื้อแบบไหน แบบ off-the-plan หรือแบบ existing home ที่มีคนเช่าอยู่แล้ว อะไร ต่าง ๆ นานา 💕💕💕 คนเป็นหัวหน้าครอบครัว เช้า ๆ เราต้องตื่นแล้วครับ นั่งทำโน่น ทำนี่อะไรก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ไป ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้ เรายังทำงานเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนสถานที่ทำงาน เปลี่ยนสถานที่กินอาหาร ก็แค่นั้นเอง ว่าง ๆ ก็ออกไปเดินกับพระนาง ก็แค่นั้นเอง ขอแค่พระนางตรัสมาว่าต้องออกไปไหนกี่โมง ก็แค่นั้น กลับมาถึงที่พัก เราก็นั่งทำงานของเราต่อ อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ครับ Smooth as silk. Digital nomad. ...กับชีวิตที่เลือกได้... 💕💕💕 ณ จุดนี้ โครงการนี้
ก่อนที่จะเป็นของ Meriton (ร่วมกับ Cypress Palms) มันเป็นโครงการของ Gurner Group มาก่อน 7-Star Hotel Gurner Group จะทำพวก Ultra-Luxury property Location ดีมาก ติด beach อยู่ด้านหลัง Meriton, ตรงข้าม Mantra ด้านหน้ามี tram เราจองเอาไว้ 1 ห้อง จ่ายไป 10% แล้ว เสียดาย project ไม่ได้ไปต่อ เราก็ได้เงินคืนหมดแล้ว 100% + interest เราก็เลยเอาเงินตรงนี้ไปซื้อที่ Sydney/เมืองใกล้เคียงแทน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีเสมอ ก็ถือซะว่าซื้อเอาไว้ให้ลูกชายอยู่หลังเรียนจบ และถือว่าเป็น family home อีกหลังที่ Sydney เวลาเข้าเมืองจะได้ไม่ต้องขับรถกลับ Wollongong ตอนกลางคืน แต่เราก็ make it clear ว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของลูกชาย มันเป็นของ family ทุกอย่างคือ family asset เพราะมันอยู่ใน Trust หมดแล้ว แต่หลัก ๆ ก็น่าจะเป็นลูกชายแหละที่อยู่ เพราะเขาอยู่ใน Sydney หลังเรียนจบ Gurner ไม่ได้ไปต่อ อาจด้วยค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างที่สูง Meriton มาซื้อต่อ ตอนนี้จะซื้อก็คงแพงแล้ว เพราะ brand ของ Meriton เองก็ไม่ใช่เบา 90 ชั้น จะเป็นตึกที่สูงที่สุดใน QLD ครอบครัวเราเป็นลูกค้าของ Meriton Suites อยู่แล้ว พวกเรารู้ลักษณะของห้อง เอาเป็นว่าเราขาย idea ให้ BOSS ได้ไม่ยาก อาจจะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ อาจจะต้องอีกหลายปี รอสร้าง portfolio ของเราไปก่อน "ป่าล้อมเมือง" ซื้อจากเมืองรอบนอก เท่าที่เราสู้ไหว เมื่อไรพร้อม เราค่อยตีตลาดในเมือง ตอนนี้เก็บไข่กินจากเมืองรอบนอกก่อน สะสม เก็บหอมรอมริบ นกน้อยทำรังแต่พอตัว เมื่อเวลามาถึง เมื่อเราพร้อม ทุกอย่างมันจะมาของมันเอง ไม่ต้องวิ่งหา 💕💕💕 ใกล้เสียภาษี
เช้า ๆ 5am, นั่งทำภาษีของ Trust ต่าง ๆ ก่อนเริ่มทำงาน Trust เพื่อการลงทุนมีทั้งหมด 6 Trusts อันนี้ไม่เกี่ยวกับ J Migration Team Pty Ltd 6 Trusts นี้เพื่อการลงทุนในอสังหาฯทั้งหมด เราเลือกที่จะทำ book keeping เอง จะได้เห็น raw data แบบ real ๆ เลย แบบไม่โกหกตัวเอง แบบไม่มโน จะได้เห็นตัวเลขชัดเจนไปเลย แล้วส่ง detail ให้กับ accountant ปีหน้า FY2027 อาจจะต้องให้ bookkeeper เข้ามาดูแล ปีนี้ขอจัดระบบหลังบ้านก่อน Folders ต่าง ๆ ยังมั่วอยู่ แต่ของ J Migration Team ไม่มั่วนะ อันนั้นมี bookkeeper ดูแลอยู่แล้วตั้งแต่ 2022 แต่ละ Trust ต้องยื่นภาษีทุกปี แต่ละ Trust มีอสังหามากกว่า 1 หลัง ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป นกน้อยทำรังแต่พอตัว Note: อยู่ที่ไหนก็ทำงานตามปรกติ แค่หนีหนาวจาก NSW หนีหนาวจากออสเตรเลีย Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 🇦🇪 การทำงานแบบไร้พรมแดน ☕✨☕❄️ June: Wollongong ต้องเปิด heater แล้ว ❄️☕
ลูกทั้ง 2 อาจจะยังใหม่กับ idea การหนีหนาวของ mummy กับ daddy ก็ไม่เป็นไร เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่ลูกคนเล็กจบ Year 12 เดี๋ยวเขาจะค่อยซึมซับไปเองว่า Winter; Daddy กับ Mummy ไม่อยู่ที่นี่นะ เราไม่ได้บังคับว่าใครจะต้องไปใช้ชีวิตที่ไหน อะไร อย่างไร ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเราบอกกับลูกแล้วว่า เมื่อจบ Year 12 เราให้อิสระลูก 110% ไม่เคยบังคับอะไรเลย และไม่คาดหวังอะไรทั้งสิ้น เรื่องกฎระเบียบในชีวิต พวกเขาถูก train มาตั้งแต่เด็กแล้ว จนจบ Year 12 Daddy เป็น High School Teacher มาก่อนนะครับ ปีนี้เป็นปีแรก เดี๋ยวพวกเราก็ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป ต้องปรับ ต้องแก้อะไรตรงไหน June ปีนี้ที่ยังอยู่ เพราะเราติดงาน Face-to-Face Consultation ที่ Melbourne ด้วย ปีหน้าก็จะได้จัดตารางทุกอย่างให้เสร็จภายใน May จริง ๆ เราอยากไปอยู่ Cairns, QLD แต่ลูกสาวก็งอแง บอกว่าน่าเบื่อ และอยากไป Gold Coast แทน ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะ Gold Coast เขาไปตั้งแต่เด็ก ตอนโตเขายังไม่ได้ไป แต่ปีหน้า Daddy มีแนวโน้มว่าจะไปอยู่ Cairns เพราะดู Airbnb เอาไว้แล้ว 3 weeks เราสู้ราคาไหว Anyway ทุกอย่างก็ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป รู้แต่ว่าเมื่อลูกคนเล็กจบ Year 12 ชีวิตเราและภรรยา เลือกได้ว่าอยากอยู่ที่ไหน ชีวิตหลังจากนี้ก็น่าจะ focus ไปที่ property investment ตอนนี้แค่รอ settlement บ้านที่ Sydney/เมืองใกล้เคียง ให้ลูก ก็น่าจะสิ้นปีหรือต้นปีหน้า ก็น่าจะสร้างเสร็จแล้ว เราซื้อ off-the-plan ถ้าเสร็จเรื่องบ้านให้ลูกที่ Sydney คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็นอนตายตาหลับแล้วล่ะ อย่างน้อยเราก็มีอะไรให้พวกเขาที่ Sydney จะชอบหรือไม่ชอบ จะมาอยู่หรือไม่มาอยู่ เราไม่เคยบังคับ แล้วแต่ลูก เราแค่บอกว่า It's availalble นะ ถ้า you อยากมาอยู่ เมื่อ settlement บ้านให้ลูกเสร็จ เรากับภรรยาก็น่าจะ focus ไปที่ property investment ซื้อเมืองรอบนอกให้คนเช่าเหมือนเดิมก็เคยทำมา ก็สร้าง portfolio กันต่อไป ตอนนี้ที่มีอยู่ในมือก็ OK แล้วในระดับหนึ่ง Weekly passive income (positive cashflow income) พวกเราอยู่ได้สบาย แต่ถ้ามีเยอะกว่านี้ได้ เราก็มีตัวเลขในใจของเราอยู่ พวกเราก็จะสบายกว่านี้ ที่ "สบายจริง ๆ" Good morning, Monday. เล่าสู่กันฟัง 💕💕💕 Australia Settlement Strategist 💕💕💕 + Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 01/06/2026 💕💕💕 June 2026: ทำหน้าที่ของเราให้เสร็จก่อน 💕💕💕
หน้าที่มาก่อนสิทธิ เจอลูกค้า Melbourne, Gold Coast และ Brisbane หลังจากนั้นเราก็โบยบินแล้วนะครับ เราเคยพูดเอาไว้แล้วว่า Winter 2025 จะเป็นหนาวสุดท้ายที่ออสเตรเลียของเรา ลูกชายไม่ได้ไปด้วย เพราะต้องหาที่ฝึกงาน 60 วัน แต่เราก็บอกแล้ว ว่าถ้าเบื่อ ๆ แล้วอยากบินตามมาก็บอก ก็บินได้เลย ลูกสาวไปก่อน เขาก็ไป Gap Year ของเขากับเพื่อน ไป 3 ประเทศ ส่วนเราก็รอภรรยาพบคุณหมอก่อน ก่อนเดินทาง ต่างคนต่างเดินทาง จัดตารางบินของใครมัน ธุระใครธุระมัน และไม่บังคับว่าอีกฝ่ายต้องมาด้วย ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เจอกันอีกทีคือที่สิงคโปร์ Daddy กับ Mummy มาถึงสิงคโปร์ก่อนลูกสาว 1-2 วัน ลูกสาวก็จะพาเพื่อนเที่ยวเล่นที่สิงคโปร์ 2-3 วัน ก่อนที่เพื่อนจะบินกลับมาเรียน เปิดเทอมที่ USYD เราก็มีไปปฏิบัติธรรมที่เชียงใหม่ 7 คืน 8 วัน แล้วลูกสาวกับภรรยาก็จะบินมาสมทบที่เชียงใหม่ สิงคโปร์มีบินตรงมาเชียงใหม่ ข้อดีของสิงคโปร์คือเป็น Travel Hub อยู่แล้ว จะไปประเทศไหนก็สะดวก อยู่ที่สิงคโปร์ พวกเราก็น่าจะบิน Malaysia ไปดู Property Investment ที่นั่นสัก 1-2 วันช่วง Weekend ที่ Malaysia ชาวต่างชาติสามารถซื้อ property ได้้ แบบซื้อขาดเลย ไม่เหมือน Indonesia (Bali) แฟนเรากับน้องสาวของเขาค่อนข้างสนใจที่อยากจะซื้อ เราเฉย ๆ แต่ไปดูช่วง Weekend ก็ไม่เสียหาย Note: สิงคโปร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของ Malaysia มาก่อน เดินทางสะดวก แต่ทุกอย่างก็มี history ของมัน นายกทั้ง 2 ประเทศก็ปะทะฝีปากกันบ่อย (Goh Chok Tong) ขากลับเราก็แวะทำงานที่ Perth 2026: ใช้ชีวิตนอกประเทศออสเตรเลียประมาณ 5 เดือน ใช้ชีวิตในออสเตรเลียประมาณ 7 เดือน ส่วนปีหน้า 2027: ก็น่าจะสลับกัน เราน่าจะใช้ชีวิตอยู่นอกประเทศ 7 เดือน 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 เรายังทำงานเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนสถานที่และต้องการ enjoy life มากขึ้น while working มันคือการทำงานแบบ semi-retire ไม่ได้เครียดเรื่องเงิน ไม่ได้เครียดเรื่องยอดขาย ไม่ได้เครียดเรื่องจำนวน case ถ้างานดี เงินมันก็จะมาเองของมัน ไม่ต้องไปป่าวตะโกนโฆษณาอะไรใด ๆ ทุกสิ่งอย่างในชีวิตมีการวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องของการเงิน ถ้ามี Passive Income มากพอเข้ามาทุก ๆ week คุณก็สบาย 🏠 🏠 🏠💰🏡 💰 ส่วนการทำงาน ก็วางระบบหลังบ้านเอาไว้ให้ดี ระบบหลังบ้านเรา OK นานแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด ทุกอย่างคือ "Part of the Plan" มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ ชีวิตผีตองเหลือง ไปเรื่อย ๆ กระเป๋า Hand carry ใบเดียว ไม่มีโหลดกระเป๋า ไม่มี check-in กระเป๋าให้ปวดหัว เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวมีอยู่ทุกที่แล้ว Chromebook ก็มีอยู่ทุกที่ เมืองไทย หรือสิงคโปร์ ไม่บ้าหอบฟาง Retire Young, Retire Rich (อยากให้ทุกคนอ่านหนังสือเล่มนี้ของ Robert Kiyosaki) ทำได้จากสมองและสองมือที่มี Business Beyond Borders 🇸🇬 🇹🇭 🇦🇺 31/05/2026 💕💕💕 คุณรู้ไหม ช่วงที่ฉันเรียน UOW อักษรญี่ปุ่น (ป.ตรีใบที่ 2)
มันมีวิชาหนึ่งที่เราต้องเขียน essay เขียนเป็นภาษาอังกฤษ มันมีให้เลือก 3 topics (ถ้าจำไม่ผิด) เราเลือก "ความน่าเชื่อถือของ Media เกี่ยวกับ Japanese Whaling" การล่าวาฬ เป็นอะไรที่ controversial โดยเฉพาะสื่อของออสเตรเลีย เพราะเรือล่าของญี่ปุ่นก็จะมาล่าแถวขั้วโลกใต้ ใกล้ประเทศออสเตรเลีย มันเป็น essay ที่ฉันตั้งใจเขียนมาก Papers และ articles ต่าง ๆ เต็มพื้นห้องนอน ไม่มีที่เดิน แต่มันคุ้มค่ามาก ฉันได้ 95% top in class เพื่อนที่เป็นฝรั่งที่ว่า top ๆ ก็ได้ประมาณ 90% กัน ส่วนเพื่อนฉันที่เป็นคนญี่ปุ่น ก็ได้ 51% - 60% คือเกือบตก (ภาษาปะกิดไม่ค่อยแข็งแรง) Essay ที่ว่านี้ ฉันต้องเขียนตอน 10pm หลังเลิกงานธุรกิจหน้าร้านสมัยก่อน และเข้านอน 2am ตื่น 7am แล้วส่งลูกไปโรงเรียน (เด็ก TTK รู้ดี ) ...shhh... ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ มันคือนิทานนะ you อาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้... Note: Sensei เคยให้นักเรียนในห้องเล่าชีวิตประจำวันเป็นภาษาญี่ปุ่น ฉันบอกว่าฉันนอน 2am ตื่น 7am, Sensei คิดว่าฉันพูดผิด ให้ repeat ฉันก็ตอบเหมือนเดิม Sensei ถามว่า "Honto ni" ฉันตอบว่า "Honto desu" Honto ni = จริงหรือ? Honto desu = จริงครับ/ค่ะ 26/05/2026 2-3 Weeks ที่ผ่านมา เราเดินทางบ่อย; ART Hearing ต่าง ๆ นานา
เช้าวันที่ 07 May 2026 ที่ Melbourne เรามี ART Hearing ตอนเช้าที่ VIC แบบ in person เขาบินมาจาก Adelaide หลังจากเสร็จ case ที่ Adelaide (06 May 2026) ทีมงานบินมาจาก Sydney ไปเจอกันเลยที่ ART VIC ข้างล่างตึก ตรง Lobby ตอนเช้า ๆ เราก็นั่งจ้องอยู่หน้า Chromebook Chromebook เราจะมี pinned tabs ทั้งหมด 7 tabs (ที่ต้องใช้ประจำ) หนึ่งในนั้นคือ GoogleSheet (Google Spreadsheet) ที่มีข้อมูลของ properties ทุกหลังในออสเตรเลีย ในนั้นจะมีข้อมูลหมด ซื้อวันที่เท่าไร ราคาเท่าไร Mortgage เท่าไร ค่าเช่าเท่าไร ตอนนี้ value อยู่ที่เท่าไร ใช่ครับ เรา pinned Spreadsheet นั้นเอาไว้เลย จะได้ไม่ต้องค้นหาใน Chromebook เพราะ Spreadsheet ตัวนี้คือ "ลมหายใจ" ของเรา มันคือหัวใจและเป้าหมายของการทำงาน วันอังคารที่ 05 May 2026, ทาง RBA ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เราอยู่ที่สนามบิน Sydney กำลังจะบินไป Adelaide พอถึง Adelaide เราก็ยุ่ง ๆ ทำงาน ไม่ได้มีเวลาพัก เพิ่งจะได้มีโอกาสหายใจ ตอนเช้าวันพฤหัสบดี ก่อนไปขึ้นศาล ART Hearing เราเป็นคนตื่นเช้า 4am, 5am คือเรื่องปรกติ เช้า Thu; 07 May 2026 ที่ Melbourne เรามองข้อมูลต่าง ๆ ใน Spreadsheet ของเรา เราเพิ่งโปะ investment property ที่ West End, Brisbane ไปเมื่อ 28 April 2026 ซึ่งก็ประมาณ 10 วันก่อนหน้านั้น OK แหละ ดอกเบี้ยธนาคารเพิ่มขึ้น 0.25% Ideally เราก็ควรจะโปะหลังต่อ ๆ ไป แต่คุณรู้ไหม รถที่มันวิ่งมาโดยตลอดบน highway ถึงจุด ๆ หนึ่งมันก็ควรต้องพัก Stop Revive Survive ☕☕☕ มนุษย์เราก็เหมือนกัน เราก็อยากจะพักบ้าง นี่เพิ่งโปะ investment property หลังหนึ่งไป ส่วนที่เหลือ เราก็คิดว่า "เออ ปล่อยให้เป็นไปตามระบบ follow the flow ก็แล้วกัน เหนื่อยแล้ว อยากพัก" ...ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตาม flow... ...ชีวิตต้องง่าย ถ้าไม่ง่ายแสดงว่าไม่ใช่... 💤✨ 24/05/2026 💕💕💕 |
AuthorJohn Paopeng Archives
August 2026
Categories |
RSS Feed