|
คนเป็นพ่อ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้ ทุกเช้าวันเสาร์เขาจะต้องโอนเงิน pocket money ให้ลูกชายของเขา
pocket money สำหรับลูก ๆ ในครอบครัวเรา คือต้องเรียนหนังสือ (หลังจากจบ year 12) และอยู่ห่างไกลบ้านเท่านั้น ช่วง primary school และ high school ไม่มี pocket money ลูกไม่เคยได้เงินไปโรงเรียน อยากซื้ออะไรให้บอก แต่ถ้าจบ year 12 แล้ว และเข้า Uni ต่างเมือง มันก็จะมีค่าเช่า ค่ากิน อันนี้ก็ต้องมี pocket money ไม่เยอะมาก อยากได้เพิ่ม ลูกต้องทำงาน part-time - ลูกชายก็เป็น private tutor สอนคณิตศาสตร์ - ลูกสาว จะเข้ามาทำ social media marketing ของ J Migration Team ในภาคส่วนภาษาอังกฤษ หลังจาก daddy กลับจากไทยและลาว (โปรดรอชมผลงาน)... เรือล่มในหนอง... 💕💕💕 30/11/2025 💕💕💕 เช้าวันจันทร์: 24 November 2025 🏠 🏠 🏠💰🏡 💰
จ่ายเงินค่า Stamp Duty ของอสังหาที่ซื้อเอาไว้ใกล้ ๆ Sydney กระเป๋าแฟบ!!! ชีวิตของเรา เริ่มเดินก่อนที่จะวิ่งครับ เราซื้อบ้านที่ออสเตรเลียค่อนข้างช้า เพราะเราซื้อที่สิงคโปร์ก่อน และตอนนี้ก็ปลอดหนี้ ถ้าปล่อยเช่าก็ $4,500 SGD ต่อเดือน แต่เราเลือกที่จะปล่อยว่าง เอาไว้ไปอยู่เอง เพราะปีหน้าชีวิตเราน่าจะอยู่ที่สิงคโปร์และเมืองไทยค่อนข้างเยอะ ทุกหลังเราก็ซื้อเองจากเงินของเรา ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัวหรือทางบ้านแต่อย่างใด ทุกอย่างจากสมองและสองมือที่มีจริง ๆ 🏠 🏠 🏠💰🏡 💰 1. บ้านหลังแรกของเราที่ออสเตรเลีย ซื้อเมื่อ 14 Nov 2017 หลังเล็ก ๆ คนจน ๆ 2 ห้องนอน ใช้เวลาเลือก 5 นาที คือมันจำเป็นต้องซื้อ เพราะใกล้ที่ทำงาน ตอนนั้นทำงานสอน full-time รับราชการ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเทียวจาก Wollongong ซึ่งไกลมาก 2. เราก็ค่อย ๆ ซื้อเพิ่มตามที่กำลังเรามี ก่อน covid ราคามันยังจับต้องได้ เราเป็นพวก "ป่าล้อมเมือง" ค่อย ๆ ซื้อมาจากเมืองรอบนอก แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าในเมือง ตอนนี้ก็มีที่ NSW, QLD, SA, VIC และ WA 3. ก็มีที่ Sydney นี่แหละที่แพงที่สุด แต่ก็ซื้อเพราะเอาให้ลูก ๆ เมื่อเขาเรียนจบ คนโตน่าจะทำงานอยู่ใน Sydney เพราะงานทางด้าน engineer มันก็น่าจะอยู่ที่เมืองใหญ่ ๆ แหละ และก็สะดวกพวกเราด้วย เวลาไปทำธุระใน Sydney ไม่ต้องขับรถดึก ๆ กลับ Wollongong ที่เขียนมาทั้งหมด เราไม่มีจุดประสงค์ในการโอ้อวด ไม่รู้จะทำไปทำไม เราแค่ต้องการให้กำลังกับใครหลาย ๆ คนที่กำลังมองหาบ้าน น้อง ๆ คนใกล้ตัวหลาย ๆ คนกำลังเริ่ม spread the wing เรายินดีด้วย เราผ่านจุดที่ยากมาก่อน เราซื้อบ้านที่อยู่เองเป็น family home หลังปัจจุบันช่วง Covid ราคาพุ่งสูงมาก ทุกอย่าง overpriced เพราะดอกเบี้ยมันต่ำมาก 0.10% และคนเกษียณส่วนมากก็ขายบ้านหลังแพง ๆ ใน Sydney แล้วมาซื้อที่ Wollongong บอกเลยว่าเราสู้พวกเขาไม่ได้ เราไป inspect บ้านที่ต้องต่อแถว 100 กว่าคนช่วง Covid เราทำมาแล้วครับ น้ำตาตกในมาแล้วหลายรอบ 🏠 🏠 🏠💰🏡 💰 และบ้านหลังนี้ที่ได้มา ก็ overpriced มาก เราต้องเสนอราคาเกินที่เขาขอ ไม่อย่างนั้นก็สู้คนอื่นไม่ได้ ก็ต้องกัดฟันแล้วกลืนเลือดถึงได้บ้านหลังนี้มา ก็ต้องขยัน ก็ต้องทำงานเพิ่ม เพราะต้องมา top-up ในส่วนของราคาที่เกินมา เหนือสิ่งอื่นใด บ้านหลังนี้ปลอดหนี้มานานแล้วครับ อีกรอบ... ที่เขียนมาทั้งหมด ก็แค่ต้องการเป็นกำลังใจให้กับใครหลาย ๆ คนที่กำลังมองหาบ้านนะครับ 🏠 🏠 🏠💰🏡 💰 24/11/2025 💕💕💕 2.5 เดือนผ่านไปไวมาก
เอาจริง ๆ คุณแม่เราไม่ได้อยากมาออสเตรเลียเลย แกไม่ชอบเดินทาง อย่าว่าแต่ภายในประเทศเลย แกชอบอยู่บ้านเกิดแก เมาส์มอยกับเพื่อนข้างบ้าน ต่าง ๆ นานา ที่แน่ ๆ คือเพื่อนรุ่นเดียวกัน เหลือกันแค่ 2 คนแล้ว แม่มาที่นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว 1. ครั้งแรก แม่ก็อยู่นาน เกือบ ๆ 3 เดือน ตอนนั้นเรายังเป็นอาจารย์สอน high school อยู่ ก็ต้องไปสอนทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ถึงจะว่าง แม่ก็อยู่บ้านกับภรรยาเรา แกก็คงเบื่อ ๆ 2. ครั้งที่ 2 ดีหน่อย คราวนี้แม่มากับน้อง ๆ ของแม่; น้องสาว 2 คน น้องชาย 1 คน และอยู่แค่ 1 อาทิตย์ แบบนี้แม่ OK... ถ้าให้อยู่นานกว่านั้นแม่ก็ไม่ชอบ 3. ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3, อยู่นานหน่อยนะแม่ 2.5 เดือน และเป็นการมาออสเตรเลียครั้งสุดท้าย และก็น่าจะเป็นการเดินทางต่างประเทศ 2nd last time... เพราะครั้งสุดท้ายก็น่าจะเป็นเดือนมกราคมปีหน้า เราจะพาแม่ไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านซะหน่อย หลังจากนั้นก็คงปิด job ทุกการเดินทางของแม่ ร่างกายแกเริ่มไม่ไหว แกไม่ชอบเดินทาง นั่งรถแกก็ไม่ชอบ แต่ที่มาครั้งนี้เพราะเราย้ายบ้านใหม่ และมันคือบ้านหลังสุดท้ายของเราที่ออสเตรเลีย เราจะไม่ย้ายอีกแล้ว จะไม่มีการ pack & unpack อีกแล้วชีวิตนี้ ต่อไปถ้าจะย้ายก็คือ กระเป๋า carry on ใบเดียวจบ เอาจริง ๆ คือเราอยากให้แม่มาเห็นความสำเร็จของเราแหละ เห็นอาณาจักร "J" ของเราแหละ มันแตกต่างจาก trip แรกและที่ trip ที่สองของแม่มาก ตอนนี้เราค่อนข้างมั่นคงกับชีวิต บ้านที่เป็น family home ที่ปลอดหนี้ และอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เราก็อยากให้แม่เราก็เห็น มาสัมผัสก็แค่นั้น 4. ทุกสิ่งอย่างหลังจากนี้ก็ ครบ จบ สมบูรณ์ เรากับภรรยาก็คงจะเทียวไป ๆ มา ๆ ระหว่างเมืองไทยกับสิงคโปร์ ปีหน้า 2026 ลูกสาว take gap year ก็น่าจะเดินทางด้วยกัน trip ไหนเขาไม่อยากไป เขาก็โต๋เต๋รออยู่ที่สิงคโปร์ก็ได้ แต่เมื่อลูกสาวเริ่มเข้าเรียน Uni; 2027 เราก็คิดว่าพวกเราก็เดินทางได้ตามปรกติ เพราะลูกก็โตแล้ว เขาดูแลกันเองได้ 2 คน (น่าจะตีกันมากกว่า) หรือเรากับภรรยาก็เดินทางแบบ overlap กันก็ได้ เอาเป็นว่า มันจัดการชีวิตง่ายกว่าตอนที่ลูกอยู่ high school เยอะเลย 5. ส่วนเรื่องงาน เราก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เดินทางไปมาสะดวก เอาเป็นว่า financially เราสามารถซื้อตั๋วแล้วบินได้เลย ไม่ต้องรอช่วง promotion อะไรต่าง ๆ นานา 6. ชีวิตเราหลังจากนี้ เราก็ได้แต่หวังว่าเราจะมีเวลาให้กับ spiritual journey ของเรามากขึ้น ทุกสิ่งอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับภรรยาเราด้วย ครอบครัวเรา มีเราคนเดียวที่มีศาสนา ภรรยาและลูกเรา 2 คนเป็น "free thinker" คือเขาไปไหนมาไหนกับเราได้ สวดได้ เข้าพิธีกรรมได้ (แต่ไม่ชอบ) แต่ไม่ได้นับถืออะไร และเราไม่เคยบังคับ โดยเฉพาะลูก ๆ ขอแค่ "เข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตาม" ก็พอ กาละและเทศะสำคัญ นอกนั้นเราปล่อย joy คือถ้าเขาอยากจะนับถือหรือ "in" กับเรื่องอะไร เขาต้องนับถือหรือ "in" ด้วยตัวของเขาเอง ...ชีวิตที่เหลือคือกำไร... 💕💕💕 บันทึกเอาไว้ เป็นความทรงจำ 23/11/2025 💕💕💕 เมื่อคืน live ใน "ตต"
มีน้องถามว่าต้องจบอะไรถ้าอยากมาสมัครงานกับ "J Migration Team" Requirement ของเรามีอยู่ในใจ และมีตั้งนานแล้ว แต่มันพูดไม่ได้จริง ๆ ถ้าพูดออกไปนี่ drama กระจายแน่นอน เอาเป็นว่าเราก็มี requirement ของเราอยู่แหละ มีหลายคนครับที่ email มาขอฝึกงานฟรี เอาเป็นว่า โอกาสจะเป็นของคนที่ "ใช่" "พร้อม" และ "เหมาะสม" งานเอกสารเป็นงานละเอียดอ่อนครับ ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เงินได้เยอะจริง แต่คุณมีเวลาให้กับมันหรือเปล่า งานอิสระจริง คุณบริหารและจัดการเวลาให้กับมันได้หรือเปล่า เงินได้เยอะจริง แต่มันจะเป็นของคนที่ "ใช่" "พร้อม" และ "เหมาะสม" ถ้ายังรักที่จะกิน จะเล่น จะเที่ยวอยู่ บอกเลยว่ายังไม่เหมาะกับ "ทีม J" ถ้ายังมี distraction ภาษีสังคม ในชีวิตอยู่ บอกเลยว่ายังไม่เหมาะกับ "ทีม J" you เห็นเราไปงานวันเกิดใครหรือเปล่า you เห็นเราไปงานขึ้นบ้านใหม่ใครหรือเปล่า 09/11/2025 💕💕💕 "3 invoices ที่ยังค้างกันอยู่ตั้งแต่ 2021/2022"
3 invoices ที่ยังค้างกันอยู่ตั้งแต่ 2021/2022 ที่เราเคยโพสต์ไปเมื่อต้นปี หรือปลายปีที่แล้ว 1. July 2021: อันนี้เหลือ $7,700 4 ปีกว่า ๆ จ่ายมาแล้ว $1,000 เหลือ $7,700 น้องได้ PR แล้วทั้ง 2 คน เราเป็นคนยื่นให้ และอีกคนได้ citizen แล้ว ยื่นเอง อีกคนเราไม่รู้ 2. Sep 2021: อันนี้เหลือไม่เยอะ $996 ที่ทำให้เขาก่อน แล้วให้จ่ายทีหลัง เพราะเขาก็เคยดีกับเรามาก่อน เป็น FC ที่คอย comment และสร้าง engagement ให้ page อยู่เรื่อย ๆ มีช่วงหนึ่งที่เขาหายไป อาจจะด้วยปัญหาส่วนตัวหรืออะไรก็ตามแต่ เราก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้ ให้เขาจัดการชีวิตของเขาเองภายในเร็ววัน ลูก 10 ขวบ; citizen เราทำเรื่องให้ฟรี 3. Dec 2022: อันนี้เหลือไม่เยอะ $800 น้องก็ทยอยโอนให้อยู่ ไม่ว่ากัน ทุกคนมีปัญหาในชีวิตในการบริหารเงิน ก็เป็นกำลังใจให้นะครับ so far, มีแค่ 3 invoices นี้ที่เราทวง บางอันที่ไม่ทวง และอาจจะไม่คิดที่จะทวงก็มี เพราะบางคนเราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แค่เขาคอย support เรา ช่วยแชร์โพสต์ ช่วยนั่น นี่ โน่น "เงียบ ๆ แบบไม่ตะโกน" แค่นี้เราก็ดีใจแล้วครับ เราอยู่ได้มา 17 ปีเพราะ word of mouth แค่เขาช่วย support เราง่าย ๆ มันก็ heal ใจมากเลยครับ จะให้เรามานั่งแชร์โพสต์ตัวเอง เราไม่ทำหรอกครับ เราคิดแค่ว่าถ้าสินค้ามันดีจริง คนจะช่วยแชร์ ช่วยบอกต่อเอง ส่วน 3 invoices ที่ต้องทวง เพราะมันนานแล้วจริง ๆ และก็มีการขาดการติดต่อกันไป ที่เริ่มทวงตอนต้นปี มี 4 invoices ด้วยซ้ำและรวมยอดกันอยู่ที่ $25K (ลองไปไล่อ่านย้อนดู หรืออ่านใน johnpaopeng.com นะครับ) อันนี้เหลือ 3 invoices: - $7,700 - $996 - $800 TOTAL = $9,496 ก็ยังดีกว่า $25K ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น มันเกิดจากตัวเราเอง บางทีก็ใจอ่อน ตั้งแต่ 01 Jan 2025 - ปัจจุบัน เราเป็นเด็กดี: 1. ไม่มีใครค้างเงินอะไร ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ให้ยืม และไม่ทำ case ให้ใครก่อนถ้ายังไม่ได้รับเงิน ต่อให้วีซ่าหมดวันนี้หลังเที่ยงคืนก็เรื่องของเขา ทุกวันนี้ขอแบกเฉพาะคนในครอบครัวก็พอ กับชีวิตที่โดนถูกเอาเปรียบมาเยอะ ประสบการณ์มันจะสอนเราเองครับ ใจต้องแข็ง ก็แค่นั้นเอง 2. ปี 2025 เราใจแข็ง เราเป็นเด็กดี เราไม่รับ case ต่อจากบริษัทอื่น เขาเริ่มทำ case กับใคร เขาก็ต้องจัดการกันเอง เราไม่มานั่งอุดรูรั่วให้ใครแล้วครับ บางคนงานก็หยาบมาก เหนื่อยมากที่ต้องมาอุดรูรั่ว case ของคนอื่น เคยทำแล้วครับ ไม่คุ้มเลยที่ต้องมานั่งรื้อ case - สงสารตัวเอง - สงสารทีมงาน การที่เขาไม่เลือกเราตั้งแต่แรก อันนี้คือเรา "เลือก" แล้ว ก็คือ "เลือก" ที่จะทำกับที่อื่น เมื่อเกิดปัญหาขึ้น มันคือปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของเรา เลิกเป็น "The แบก" 3. ปี 2025 เราใจแข็ง เราเป็นเด็กดี เราไม่รับ case ที่เขาทำกันเอง แล้วจะมาให้เราสานต่อ เหตุผลเดียวกันกับข้อ 2 4. รู้ไหมว่า เมื่อเราไม่รับทำข้อ 2 กับข้อ 3 เราก็จะมีเวลามาดูแล case ที่เขาตั้งใจและตัดสินใจทำ case กับเราตั้งแต่แรก ลูกค้ากลุ่มนี้ต่างหากล่ะที่เราต้องดูแลเขาให้ดี ๆ และรายได้มันก็ถึงเป้าทุกเดือน และยอดขายก็ exponential มากจากลูกค้ากลุ่มนี้ เราว่าแบบนี้ธุรกิจมันจะยั่งยืนมากกว่า เราว่า "เงียบ ๆ แบบไม่ตะโกน" ของเราแบบนี้ดีกว่า และเลิกเป็น "The แบก" เออ ชีวิตโคตรจะเบาและมีความสุข ทำไมเพิ่งคิดได้เนี่ยะ เพิ่งคิดได้เมื่อปลายปีที่แล้ว ปีนี้ 2025 ก็เลยเบา และยอดขายก็พุ่งมาก เรากราบขอบคุณทุกคนที่เลือกใช้บริการของเรา สินค้าดีใช้แล้วช่วยบอกต่อ - DEC - JAN: paid clients ติดต่อได้ตลอดนะครับ - DEC: ใครต้องการ face-to-face consultation, กราบเรียนเชิญที่ Wollongong office นะครับ - DEC: นัด phone consultation ได้ทุกวันนะครับ แต่ f2f consultation คงที่ Wollongong office เท่านั้น Good morning Thursday; 06 November 2025 ฉันผู้ซึ่งตื่นตั้งแต่ 04:30am💕💕💕 ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกคน เหมือนเช่นทุก ๆ วันที่ผ่านมานะครับ 💕💕💕 06/11/2025 💕💕💕 "Graduate Diploma in Psychology"
มีคนสอบถามเข้ามานะครับ เราลง detail ให้แล้วนะครับ และเผื่อคนอื่นสนใจด้วย 1. Course ที่เราลงเรียนเป็น online 100% ครับ เหมาะสำหรับคนทำงาน หลาย ๆ Uni ก็ offer course นี้ เทอมแรกเราไม่ค่อยชอบเรียน online 100% เท่าไร เราอยากออกไปเจอผู้คนบ้าง แต่พอมี student advisor โทรหาทุกวันจันทร์เช้า เรารู้สึกไม่เดียวดายละ และเทอมหนึ่งมันก็เรียนแค่ 6 weeks เอง งั้นก็ 100% online แหละดีแล้ว จะได้รีบเรียนรีบเสร็จ ๆ ไป ไม่ได้ต้องเจอหน้าเพื่อนร่วม class อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกวิชามี Zoom session นะครับ ทุก ๆ 2 weeks 2. สาเหตุที่เลือกเรียน UTS เพราะมันใกล้ Wollongong เวลารับปริญญาครับ และ ranking ก็ดีด้วย (ไม่อยากเรียน Uni หางแถว) 3. เรียนทั้งหมด 10 วิชา วิชาละ 6 weeks 4. full-time เรียน 1 วิชา/เทอม = 6 วิชา/ปี (1 ปี = 6 เทอม) 5. full-time เรียน 20 เดือน, part-time ให้เรียนสูงสุดได้ 3 ปี 6. วิชาละ $4,121 ถ้าเป็น citizen ก็ใช้ HECS หรือ FEE-HELP ได้ เรา check ดูราคาแล้ว หลาย ๆ Uni ก็ราคานี้แหละครับ ไม่แตกต่าง 10 วิชาก็ $41,210.00 7. เราเรียนเพราะอยากรู้เฉย ๆ ไม่ได้อยากจะทำอาชีพอะไรทางด้านนี้ งานเราดีและมั่นคงอยู่แล้ว อันนี้คือ curious จริง ๆ เราอยากเข้าใจกลไกและวิธีคิดของมนุษย์ ก็แค่นั้นเอง 8. ถ้าใครอยากต่อยอดไปเป็น Psychologist ก็บอกเลยว่า it is a long road นะครับ - Graduate Diploma in Psychology คืออนุปริญญาโท = ปริญญาตรีของ Psychology - Graduate Diploma in Psychology (Advanced) = ปริญญาตรีของ Psychology (Honors) - แล้วเรียน Master's Degree - แล้วทำ Internship อีก 1 ปี ถึงจะขอ licence เป็น Psychologist ได้ อันนี้แค่ 1 ในหลาย ๆ pathway นะครับ มันมีหลาย pathway ในการเป็น Psychologist บางคนก็มาทางสาย ปริญญาตรีของ Psychology โดยตรงเลย ที่เขียนมาทั้งหมด ก็เผื่อเป็นประโยชน์กับใคร someone นะครับ เราเป็นกำลังใจให้ มีอะไรโทรมาเมาส์มอยได้นะครับ พร้อมที่จะแชร์ประสบการณ์ 02/11/2025 💕💕💕 |
AuthorJohn Paopeng Archives
December 2025
Categories |
RSS Feed