|
OMG... 29 August 2008
17 ปีที่แล้ว เรียนปีสุดท้ายอักษรญี่ปุ่น UOW, Bachelor of Arts (Japanese) เรียน 2 มหาลัยควบ - UOW - ANU เป็นประธานนักศึกษาญี่ปุ่นด้วย แต่ข้าพเจ้าเป็นคนไทย ตอนนั้นทำกิจกรรมเยอะด้วย มี Japanese Night (Dance Party) ที่ success มาก theme ขาว-แดง Success จนสมาคมนักเรียนไทยก็จัดตาม เป็นช่วงที่เดินใน Uni ทุกคนก็เรียกว่า John-san เคยโดดเรียน 1 ครั้งเพื่อไปตั้งโต๊ะสมาคมรับสมาชิก Lecturer ถามว่า you ไปไหน เราตอบหน้าตาเฉยว่า "อ๋อ ฉันไปตั้งโต๊ะสมาคมมา" Lecturer ไม่ปลื้ม... 29/08/2025 ...ไร้สาระนิสต์นึง...
เมื่อ 2-3 เดือนก่อน เราเข้าไปทำงานใน Sydney เราเดินผ่านตึก "xyz" เราเดินเข้าไปตรง lobby/reception ยืนดูรายชื่อบริษัท migration ของคนไทยบริษัทหนึ่ง ตอนนี้ไม่มีชื่อบริษัทนั้นแล้ว "เดา" เอาว่าน่าจะปิดตัวไปแล้ว เพราะเราก็ไม่เคยเห็นเขาตามสื่อต่าง ๆ 1. เราเคยเจอพี่เจ้าของบริษัทเมื่อปี 2008 ตอนที่เราเปิดธุรกิจของเราปีแรก ทุกคนที่มี MARN ต้องทำ CPD ต้องเข้า seminar ต้องเข้า work shop เพื่อต่อหมายเลข MARN ทุก ๆ ปี 2. ณ กาลครั้งหนึ่ง พนักงานของเราเคยเป็นลูกค้าเขา วีซ่านักเรียน ในขณะที่อยู่ใน CPD seminar/workshop ช่วง coffee/tea break เราเดินเข้าไปยกมือไหว้ พี่เขาจำเราได้ และเขาก็น่าจะรู้แหละว่าตอนนั้นเรามี MARN แล้ว เพราะเราก็ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ Thai-Oz สมัยนั้น 3. พี่ท่านนั้นพูดว่า "อยู่ตั้งไกล ตั้ง Wollongong จะมีคนไปเหรอ" เราก็คิดว่า "ไม่เป็นไรนะ" แล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะเรา หน้าชา ๆ ของเราต่อไป - พี่เขาเป็นคนมีชื่อเสียงในสมัยนั้น บางคนขับรถมา 5-6 ชั่วโมงเพื่อมา consult กับเขาใน Sydney 4. หลังจากนั้น 5-6 ปี เรา 2 คนวนมาเจอกันอีก ก็เป็น another CPD seminar/workshop ใน Sydney เรานั่งอยู่มุมหนึ่ง พี่เขานั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง Lesson learnt นะคุณจอห์น ไม่ต้องเดินไปหาใคร ไม่ต้องยกมือไหว้ใครทั้งนั้น นั่งอยู่ประจำที่ นั่งให้เสร็จงาน CPD แล้วก็กลับบ้าน 5. เราก็ทำงานของเราไป บริษัทเล็ก ๆ คนจน ๆ อยู่ที่ Wollongong มาตอนนี้ก็ 17 ปีแล้ว แต่บริษัทของพี่เขาน่าจะปิดตัวลงไปแล้วหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยเห็นอะไรในสื่อเลย ทุกวันนี้: - เรามี MARN มือใหม่ เป็นคนต่างชาติก็แวะเข้ามาเมาส์มอยที่ Sydney office ครับ แลกเปลี่ยน tips & tricks ซึ่งกันและกัน มีความปรารถนาดีต่อกัน - MARN มือใหม่คนไทยที่อยู่ในทีมเรา MARN มือใหม่ก็จริง แต่ก็อยู่ในทีมเรามาแล้ว 7 ปีก่อนที่เขาจะมี MARN เป็นของเขาเอง เราก็มีความรักและความปรารถนาดีที่มอบให้กันเสมอ งานมันเยอะมาก ไม่ต้องแย่งกัน - MARN มือใหม่คนไทยบางคน ก็มีนัดกินข้าว นั่งเมาส์มอย แลกเปลี่ยน tips & tricks ซึ่งกันและกัน มีความปราถนาดีต่อกันเวลาเราไปทำงานต่างรัฐนะครับ ไม่รู้นะ เราเชื่อว่าถ้าเราปล่อยพลังงานดี ๆ ออกไป เราน่าจะได้รับพลังงานดี ๆ กลับมา Boomerang ขว้างไปยิ่งแรง ยิ่งกลับมาเร็ว Note: แก่แล้ว ก็เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามวัย "21" โปรดอย่าถือสา 29/08/2025 💕💕💕 เดือนนี้; August 2025
- 13 Augu 2025: ยอดขายถึงโควต้าแล้ว - 21 Aug 2025: ยอดขาย = โควต้า x 2 เราไม่ได้ ask for it (ฟังดูน่าหมั่นไส้) เราไม่ได้ทำอะไรของเราเป็นพิเศษ เราก็ทำงานของเราไปตามปรกติ ลูกค้ามาเอง ลูกค้าเลือกเราเอง ลูกค้าเก่าที่ทำ case ต่อเนื่อง (จริง ๆ เขาไปทำที่อื่นก็ได้) หรือลูกค้าที่เคย consult กันไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะทำเรื่องพอดี ส่วนขาจรที่ enquiry เข้ามา ส่วนมากเราปัดทิ้งหรือปฏิเสธ ไม่รับงาน case เล็ก ๆ กระจุ๊กกระจิ๊ก เราไม่ทำแล้ว ทุกวันนี้ เอาเท่าที่ไหว เอาที่ทำแล้วมีความสุข ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์: อยากเรียนหนังสือมากกว่า ค่อนข้างมีความสุขกับการเรียน ในวันที่เรา "เลือกได้" ชีวิตเราก็จะมีความสุข ที่เหลือ เราก็แค่อยากใช้ชีวิตเรียบ ๆ ง่าย ๆ ในวันสบาย ๆ ก็แค่นั่นเอง ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องตามกระแส ...ใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็น... ...ค่าเรามี... 💕💕💕 23/08/2025 💕💕💕 UTS Session 4, 2025; Topic สุดท้ายแล้ว ของเทอมนี้ วิชานี้
ชอบมากเลยครับ; UTS Psychology "Ageism กับมุมมองทางจิตวิทยา" Ageism หรือการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของอายุ คือทัศนคติ ความเชื่อเหมารวม และพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียเปรียบต่อบุคคลเพียงเพราะอายุของเขา ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือคนหนุ่มสาว ปรากฏได้ทั้งในสถานที่ทำงาน การให้บริการสาธารณะ ระบบสาธารณสุข หรือแม้กระทั่งในสื่อมวลชน ตัวอย่างเช่น การคิดว่าผู้สูงอายุไม่สามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ หรือการมองว่าคนหนุ่มสาวไม่มีความรับผิดชอบเพียงพอ ในทางจิตวิทยา Ageism เกิดจากกระบวนการรับรู้ (perception) และการเรียนรู้ทางสังคม (social learning) ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม ครอบครัว และสภาพแวดล้อมที่เราเติบโตมา ความเชื่อและภาพจำเหล่านี้มักถูกส่งต่อข้ามรุ่นโดยไม่รู้ตัว หากไม่ได้รับการตั้งคำถามหรือท้าทาย ก็อาจกลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่ฝังรากลึก อีกแนวคิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือ Subjective Age หรือ “อายุในความรู้สึก” ซึ่งอาจแตกต่างจากอายุจริง ผู้ที่รู้สึกว่าอายุน้อยกว่าตัวเลขจริง มักมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีพลังและแรงจูงใจในการใช้ชีวิต รวมถึงมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในสังคมมากกว่า ในทางกลับกัน หากรู้สึกว่าอายุมากกว่าความจริง อาจทำให้รู้สึกหมดพลัง ไม่กล้าลองสิ่งใหม่ และรับเอาทัศนคติเชิงลบต่ออายุมาจากสังคมได้ง่ายขึ้น การตระหนักถึงผลกระทบของ Ageism และการเข้าใจเรื่อง Subjective Age จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพโดยไม่ถูกจำกัดด้วยตัวเลขอายุ และช่วยลดการแบ่งแยกทางรุ่น (generation gap) ทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน ในความเป็นลุง
เมื่อเรากลับเมืองไทยตอนเดือนเมษา และหลานก็กำลังจะเรียนจบช่วงเดือนมิถุนา หลานเป็นคนคล่องแคล่ว และเรียนหลักสูตร inter ลุงก็เลยกะว่าหลานน่าจะลองทำอะไรของตัวเองดู น่าจะดีกว่าไปทำงานเป็นลูกจ้างเขานะ เงินเดือนขั้นต่ำ 18,000 บาทที่เมืองไทย ไม่น่าจะพอกินนะ และครอบครัวเราฝ่ายคุณพ่อ ส่วนมากพวกเราก็เป็นเจ้าของธุรกิจ เงินเดือน 18,000 บาท สำหรับคนทำธุรกิจนะ เราขายของ 1 วันก็ได้มากกว่า 18,000 บาทแล้วครับ หักต้นทุน นั่น นี่ โน่น กำไรวันละ 10,000 บาททำได้ไม่ยาก ดีกว่าหลานจะไปเป็นลูกจ้างเขา เราก็จะลองให้มาทำงานในสายงานของเราดู งานที่หลานจะทำ ไม่เกี่ยวกับบริษัทที่เราเพิ่งเปิดใหม่ เออ มันก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันน้อ สิ่งที่หลานจะทำ ก็จะเป็นอะไรใต้ร่ม umbrella ของ "J Migration" แหละ แต่ก็จะเป็นอีกชื่อหนึ่ง หนึ่ง entity หลานต้องหัดทำเอง มันจะเป็นธุรกิจของเขาเลย 110% เราก็จะเป็น mentor ให้ หลานเรียน inter เขาก็จะมีสังคมและ connection ของเขาอยู่แล้ว ก็เดี๋ยวรอดูว่าจะออกหัวหรืออกก้อย เรากลับเมืองไทยเดือนหน้า รีบไปรีบมา ธุระเราเยอะ ไปทำงานแค่ 2 วัน; 08-09 September 2025 วันอาทิตย์: บิน SYD-BKK วันจันทร์-อังคาร: ทำงาน ทำงาน และ train หลาน (Kim) วันพุธ: บิน BKK-SYD (เช้า) ปีนี้ลูกสาวเราเรียน Year 12 ช่วงนี้เป็นช่วงสอบด้วย ถ้าเดินทางต่างประเทศ บอกเลยว่าไม่อยากไปช่วงที่ลูกเปิดเทอม ก็เลยต้องรีบไปรีบมา ลูกปิดเทอมเมื่อไหร่โน่นแหละ ถึงจะไปยาว ๆ ได้ Entity ใหม่ Kim and Loong John (KLJ) ก็จะ target ลูกค้าที่ niche ไปเลย เราจะไม่ mass mass แล้วปวดหัว ไม่คุ้ม และจะไม่ทับซ้อนกับ entity อื่นที่เรามี และแน่นอน งานของ KLJ ก็จะเป็น 110% digital nomad เราออกแบบธุรกิจของเราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว รอติดตามนะครับ 💕💕💕 07/08/2025 💕💕💕 Update สถานการณ์ที่เราออกค่าสมัครศาลอุทธรณ์ไปให้น้องก่อน $300
ตอนนี้เราได้เงินคืนแล้วนะครับ; $300 หลังจากที่น้องหายไป 6 เดือนพอดีเป๊ะ ส่วนค่าบริการเราไม่เอา ถือว่าทำให้ฟรี แล้วแยกย้ายกันไป แค่เราได้เงินคืนก็พอแล้ว จริง ๆ น้องจะจ่ายค่าบริการ แต่มัน 6 เดือนแล้วที่น้องหายตัวไปพร้อมกับเงิน $300 ที่เราออกให้เขาไปก่อน ศีลมันไม่เสมอแล้ว ก็ต้องแยกย้าย เราก็แจ้งไปทางศาลอุทธรณ์แล้วว่าเราไม่ได้ represent case นี้แล้ว มีอะไรให้ติดต่อน้องโดยตรง คำขอโทษบางที มันแก้อะไรไม่ได้ 6 เดือนที่ผ่านมา เราติดต่อน้องทาง email แล้วหายรอบ จนทำใจแล้ว จริง ๆ เราตัดใจเรื่องเงิน $300 แล้ว จะให้ไปทวง $300 มันดูแปลก ๆ มันเปลืองพลังงาน หาเอาใหม่น่าจะไวกว่า และเรามีอะไรในชีวิตที่ต้องทำอีกเยอะแยะ ก็เพราะชีวิตถูกเอาเปรียบมาเยอะมากพอแล้ว ทุกวันนี้ก็เลยต้องแกร่ง ชีวิตทุกวันเอาเงินเป็นที่ตั้ง เงินไม่มา งานไม่เดิน วีซ่าใครจะหมดวันนี้ พรุ่งนี้ อันนั้นเรื่องของเขา เขาต้องจัดการชีวิตตัวเองแต่เนิ่น ๆ ทุกวันนี้เราเลือกที่จะเป็นหุ่นยนต์ ไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึก พอกันแล้ว "พระเวสสันดร" ทุกวันนี้ดูแลกันแค่คนในครอบครัว และ "inner-circle" ก็พอแล้ว คนอื่นก็แค่ "เปลือกนอก" 06/08/2025 💕💕💕 บริษัทใหม่ที่เปิดที่เมืองไทย ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ "J Migration Team" นะครับ
เป็นบริษัทใหม่ที่ทำอะไรใหม่ totally different but not too different เอ๊ะ... อย่างไร เราไม่อยากเสียภาษีที่นี่ ก็เลยเปิดที่เมืองไทย operate ทุกอย่าง 110% remotely digital nomad อย่างแท้ทรู ตอบโจทย์ชีวิต semi-retire ที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วน "J Migration Team" ก็ยังไม่ย้าย operation ไปที่ไหน เพราะอย่างไรมันก็ยังต้องเปิดเอาไว้ที่นี่ เพราะเวลากู้ เวลาทำ home loan มันก็ง่ายกว่า ก็ต้องเสียภาษีใน rate ที่สูงกว่า 25% ก็ต้องกัดฟัน กลืนเลือด แล้วเดินหน้าต่อ เมื่อไรที่เลิกลงทุนในอสังหา (ซึ่งน่าจะยาก) ก็คงเมื่อนั้นแหละที่จะย้าย operation ไปอยู่ที่สิงคโปร์ เพราะภาษีที่โน่นก็จะเอื้อเรามากกว่า Australia: 25% เมืองไทย: 20% สิงคโปร์: $17% และเราก็เป็นคนสิงคโปร์ด้วย มันก็ง่ายหน่อย อะไร ใด ๆ operation ที่นี่ก็ต้องมี เพราะทีมงานอยู่ที่นี่ ต้องจ่าย PAYG ต้องจ่าย superannuation เราเลือกที่จะทำอะไรให้มันถูกต้อง เวลาทำธุรกรรมอะไรมันก็ง่าย ...ว่ากันไป... ชีวิต... 💕💕💕 06/08/2025 💕💕💕 ทำ Online group assignment กับเพื่อน ๆ ใน class
ก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่ ก็ได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ของคนอื่น นี่แหละข้อดีของการ interact กับคนอื่นบ้าง It was a good learning experience indeed. และ MS-Teams ตอบโจทย์มาก ครบ จบ ในเรื่องของการ collaborate แตกต่างจากการใช้ social media เยอะ dealing กับคนสาย academic ก็จะอีกแบบหนึ่ง dealing กับคนบ้าน ๆ ก็จะอีกแบบหนึ่ง มันก็คนอารมรณ์กัน อะไร ใด ๆ เราชอบความรู้สึกนี้ คิดไม่ผิดที่เลือกลงเรียน UTS Psychology ถึงแม้ว่าจะไม่คิดจะนำเอาความนี้ไปประกอบวิชาชีพอะไร แต่การมีความรู้ติดตัวมันดีมากเลย มันทำให้เราเข้าใจคนได้มากขึ้น 💕💕💕 มา Cairns คราวนี้ (July 2025) สนุกกว่าเดิม เพราะเที่ยวอยู่จุดเดียว พักอยู่ที่ Beach อยู่ตรงแหล่งท่องเที่ยวเลย ก้าวขาออกจากที่พักก็เป็น beach เลย และร้านค้า ร้านอาหารอะไรทุกอย่างมันอยู่ตรงนั้นหมด
ครบ จบ ที่เดียว และเดินไปตรง CBD ก็มี shared work space ด้วย หนาวต่อ ๆ ไป เราหนีหนาวจาก NSW ขึ้นมาอยู่ Cairns ได้สบาย ๆ 1-2 เดือน อะไรก็ว่าไป หาที่พักระยะยาวที่พักได้นาน ๆ AirBnB ก็ว่าไป กลับมาคราวนี้ พวกเราได้เดินในเมืองเยอะ เพราะที่พักสะดวกสบาย พวกเราไม่ต้องเช่ารถขับ เพราะทุกอย่างมันรวมกันอยู่ตรงนี้หมดแล้ว พวกเราก็เลยมีเวลาเที่ยวเยอะ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถจากที่พักเข้ามาในตัวเมืองของ Cairns กลับมาคราวนี้ สนุกกว่าคราวที่แล้ว (July 2014) เพราะเด็ก ๆ โตหมดแล้ว ลูกชายคนโตจำได้ว่าเคยมาตรงนั้น จุดนี้ แต่ลูกสาวคนเล็กจำไม่ค่อยได้ เพราะยังเด็กอยู่ และพอลูก ๆ โตแล้วเขาก็ค่อนข้างชัดเจนว่าแต่ละคนอยากทำอะไร อยากกินอะไร มันก็ง่ายในการตัดสินใจ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ปล่อย joy ลูกอยากไปที่ไหน เราเดินตามก็พอ ง่ายดี ไม่ต้องคิดให้เปลืองสมอง ที่มาถึง Cairns วันแรก เรามาถึงเป็นคนสุดท้าย ภรรยาและลูกสาวเรามาถึงก่อน ประมาณเที่ยง แล้วบ่าย ๆ ลูกชายก็บินตามมา (ต้องบินแยก เพราะบางทีติดเรียน) ส่วนเรา เสร็จจากงาน เสร็จจากธุระที่ Brisbane เราก็บินตามมา เป็นคนสุดท้าย เมื่อลูก ๆ และภรรยาบินมาถึงก่อน พวกเขาก็ไปเดิน market กันแล้ว อารมณ์เหมือนจตุจักรบ้านเรา เขาก็พอรู้ว่าพวกเขาอยากจะกลับไปเดินร้านไหนอีก ซื้อของอะไร พออีกวัน พวกเราก็เลยเดินกลับไปกันทั้งครอบครัว เราก็ได้มีโอกาสเมาส์มอยกับแม่ค้าเจ้าของร้านต่าง ๆ ในตลาดว่า "เออ ดีจัง นักทอ่งเที่ยวเยอะ ธุรกิจที่นี่คงคึกคัก" เขาก็บอกว่า "คึกคัก" จริง แต่เฉพาะช่วงหน้าหนาวเท่านั้น เพราะคนหนีหนาวมาจากข้างล่างของประเทศขึ้นมาด้านบน เขาบอกว่า Cairns: 1 ปี จะเจอมรสุม 5 เดือน และจะทำมาหากินกันได้แค่ 7 เดือนเท่านั้น เขาบอกว่าเขาโชคดีมีร้าน online ก็พออยู่ได้จากร้านค้า online เราก็... เออ จริงนะ QLD มรสุมเข้าบ่อย สรุปอยู่ที่ไหนเป็นหลักเป็นแหล่งเพื่อทำธุรกิจหน้าร้านมันยากนะ คนที่สามารถ relocate ไปได้เรื่อย ๆ ตามฤดูกาล หรือเป็นพวก digital nomad ดีที่สุด คุณจอห์น คุณต้องรีบเรียน Cert IV in Finance and Broking ให้จบโดยไวนะครับ จะได้เปิด new product line ที่เขียนมาทั้งหมดก็แค่อยากจะบอกว่า: 1. Cairns ประทับอย่างไรเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังประทับใจ และเมื่อลูกเรียนจบกันหมด นอกจากหนีหนาวจาก NSW ไปอยู่ที่เมืองไทยหรือสิงคโปร์แล้ว Cairns อาจจะเป็นอีกหนึ่งที่ที่เราสามารถไปอยู่ได้นาน ๆ 1-2 เดือน เพราะ shared workspace ที่นั่นก็มี ก็นั่งทำงานได้สะดวก ลูกค้าแถว ๆ Cairns, TownsVille เราก็มี หรือจะบินมาหาลูกค้าที่ Brisbane, Sydney, Melbourne ก็ทำได้สะดวก 2. ธุรกิจหน้าร้าน ต้องปรับตัว ถ้าผันตัวเองมาเป็นอยู่ในโลก online ได้จะดีมากเลย 💕💕💕 |
AuthorJohn Paopeng Archives
December 2025
Categories |
RSS Feed