จอห์น เผ่าเพ็ง เพราะฉะนั้น
  • Blog; journal of life
  • Daddy Diary
  • Investment Diary
  • Business Tips and Tricks
  • ข้างขอบเตียง
  • ครูไทยในต่างแดน
  • ebooks
  • About
  • กราบขอบคุณ

ธุรกิจหน้าร้าน

21/3/2026

Comments

 
เราเห็น Youtuber หลาย ๆ คนผันตัวไปขายของหรือทำธุรกิจที่มีหน้าร้าน 

เราไม่รู้ว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดนะ

OK แหละ การทำ YouTube หรือทำอะไร online
เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งมันก็คงอิ่มตัว
ความ creative ก็คงลดลง
idea อะไรใหม่ ๆ ก็คงลดลง

แต่เอาจริง ๆ นะ
ธุรกิจหรือ product ที่สามารถทำ online มีเยอะมากเลยครับ เราไม่จำเป็นต้องผูกตัวเราเองอยู่กับ platform ใด platform หนึ่ง

ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง
หลาย ๆ แบบ
แล้วหาจริตของเราให้เจอ

การทำธุรกิจที่มีหน้าร้าน
บอกเลยครับว่า fixed cost มันสูงมาก
โอกาส "ได้ไม่คุ้มเสีย" มีเยอะ

การมีหน้าร้าน อย่าลืมนะครับว่าคุณ move around ไม่ได้
คุณไม่ค่อย mobile เท่าไร

ยกเว้นต้องจ้างผู้จัดการ ต่าง ๆ นานา
ถ้าบริษัทใหญ่ก็ OK
แต่ถ้าเป็น SME หรือเพิ่งเริ่มต้น บอกเลยว่า การมีธุรกิจหน้าร้านมันมีข้อจำกัดหลายอย่าง

ทำ SWOT analysis ของคุณให้ดี ๆ

ถ้าจะเจ๊ง
ให้มันเจ๊งในกระดาษนะครับ คุณจะเจ็บตัวน้อย 💕💕💕
Comments

UTS O-Week; Term 2, 2026

9/3/2026

Comments

 
อาทิตย์นี้เป็น O-Week ที่ UTS 
ใกล้จุดหมายปลายทางแล้ว
เทอมสุดท้ายแล้ว

มันคือหนึ่งในหลายบทบาทที่ต้องรับผิดชอบพร้อมกัน 
เราต้องเรียนไปด้วย 
ทำงานไปด้วย 
และยังต้องเดินทางไปดูแลคุณแม่ด้วย 

แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต
และการเรียนรู้

ช่วงที่ต้องปั่น assignment เราก็ต้องตื่นแต่เช้า
บางครั้ง 2am, 3am หรือ 4am 
โดยเฉพาะในช่วง weekend 

การเรียนจิตวิทยาทำให้เราเข้าใจ "มนุษย์" มากขึ้น 

เราโชคดีที่มีภรรยาและลูก ๆ ที่คอยสนับสนุนและเข้าใจ 
ลูกลิง 2 ตัวก็ชอบถาม "daddy เรียนแล้วได้ความรู้อะไร จะเอาไปทำอะไร"

เออ หนะ ปล่อยให้ daddy เรียนไปเถอะ

เทอมสุดท้ายแล้ว
6 weeks 
เรารู้ว่าเราเดินมาไกลมาก

บางครั้งความสุขไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง 
มันคือ journey
มันคือความสุขระหว่างทาง
ที่เราเลือกเดินพร้อมกับคนที่เรารักอยู่เคียงข้าง

...โลกนี้สวยงามเสมอ... 💕💕💕
...ชีวิต semi-retire... 💕💕💕
Comments

ถอดบทเรียน จากบทสัมภาษณ์ของคุณแอนนาเบล คชนันทน์ กับรายการแพรว talk TV, EP39

9/3/2026

Comments

 
​ถอดบทเรียน จากบทสัมภาษณ์ของคุณแอนนาเบล คชนันทน์ กับรายการแพรว talk TV, EP39

1. ลักษณะนิสัยและวิธีคิดที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นมหาเศรษฐี

มีความละเอียดรอบคอบขั้นสุด: ยิ่งมีความมั่งคั่งมาก มหาเศรษฐียิ่งมีความละเอียดใส่ใจในทุกรายการทางการเงิน แม้แต่ยอดเงินยิบย่อยในบัญชีหรือบัตรเครดิต พวกเขาก็จะรับรู้และตรวจสอบเสมอ

กล้าซักถามจนกว่าจะเข้าใจ: เมื่อไม่เข้าใจโครงสร้างหรือรูปแบบการลงทุน พวกเขาจะไม่อายที่จะตั้งคำถามและไล่เบี้ยจนถึงที่สุด ต่างจากคนทั่วไปที่มักพยักหน้าทำทีว่าเข้าใจทั้งที่ไม่รู้เรื่อง หรือซื้อการลงทุนไปโดยไม่รู้ตัว

พอร์ตการลงทุนต้องสะท้อนชีวิตจริง: เศรษฐีไม่สามารถใช้พอร์ตการลงทุนสำเร็จรูปแบบคนทั่วไปได้ เพราะชีวิตมีรายละเอียดและอาชีพที่แตกต่างกัน การวางแผนการเงินจึงต้องออกแบบให้สอดคล้องกับชีวิตและความต้องการเฉพาะบุคคล (Tailor-made)

ต้องการที่ปรึกษาที่เข้าใจความเป็นมนุษย์: การดูแลเงินของเศรษฐีไม่ใช่แค่การทำกำไรให้ได้ 10% ต่อปี แต่ที่ปรึกษาทางการเงินต้องใช้เวลาพูดคุยอย่างลึกซึ้ง เพื่อค้นหาความกลัว ความหวัง ความฝัน และเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิตของลูกค้า

2. การลบล้างความเข้าใจผิดทางการเงินของคนไทย

การออมเงินในธนาคารไม่ใช่ความปลอดภัย: การฝากเงินทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์โดยไม่นำไปลงทุนถือเป็นความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง เพราะดอกเบี้ยที่ได้ (เช่น 1.5% ต่อปี) มักจะน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ (เช่น 3% ต่อปี) ซึ่งทำให้มูลค่าของเงินลดลงทุกปี

บ้านไม่ใช่สินทรัพย์ (Asset) แต่คือหนี้สิน (Liability): คนทั่วไปมักเข้าใจว่าบ้านหลังใหญ่คือสินทรัพย์ แต่ในทางบัญชี หากบ้านไม่ได้สร้างรายได้เพิ่มให้เรา มันคือหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องผ่อนยาวนานถึง 30 ปี

ควรสร้างสินทรัพย์ก่อนซื้อบ้าน: แนวคิดที่ถูกต้องคือ ควรนำเงินไปลงทุนสร้างสินทรัพย์ให้งอกเงยก่อน แล้วจึงนำดอกผลหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจ่ายค่าผ่อนบ้าน ไม่ใช่นำเงินเดือนทั้งหมดไปจมกับค่าบ้านแต่แรก โดยตัวอย่างเช่น คนสวิสเซอร์แลนด์จำนวนมากหรือแม้แต่เศรษฐีบางคนก็เลือกที่จะเช่าบ้านแทนการซื้อ เพื่อนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า

ต้องดูแลและใส่ใจเงินของตัวเอง: ปัญหาใหญ่คือคนมักทำงานเหนื่อยเพื่อหาเงิน แต่พอนำไปลงทุนกลับไม่ใส่ใจ ปล่อยให้คนอื่นดูแลโดยไม่รู้ว่าเงินทำงานอย่างไร ซึ่งหากขาดทุนไป 50% การจะทำให้เงินกลับมาเท่าเดิมนั้นต้องทำกำไรคืนถึง 100% ดังนั้นเราจึงต้องติดตามเงินของตัวเองเสมอว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกที่กระทบกับเงินของเราบ้าง

3. ขั้นตอนการจัดระเบียบและสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแรง

รู้รายรับรายจ่ายและกำจัดหนี้บัตรเครดิต: ต้องรู้ว่าตัวเองมีรายได้และรายจ่ายเท่าไหร่ เหลือเงินหรือไม่ หากมีหนี้บัตรเครดิตต้องรีบเคลียร์เป็นอันดับแรก เพราะดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงถึง 16% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าผลตอบแทนที่เทรดเดอร์เก่งๆ ระดับโลกทำได้เสียอีก การจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ คือความเข้าใจที่ผิดมหันต์

จัดการรายได้ให้เพียงพอ: หากเงินไม่พอใช้ มีทางเลือก 2 ทางคือ ประหยัดให้มากขึ้น หรือ หาทางเพิ่มรายได้ด้วยการทำงานที่สอง หากชีวิตยังไม่รอดในจุดนี้ ก็ยังไม่ควรคิดเรื่องการลงทุน

สร้างความปลอดภัยพื้นฐานก่อนลงทุน: เงินที่จะนำมาลงทุนต้องเป็น "เงินเย็น" ห้ามนำเงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอม) มาลงทุนเด็ดขาด และต้องสร้างความปลอดภัยพื้นฐาน ได้แก่ การมีประกันชีวิต ประกันสุขภาพ (เพื่อป้องกันการดึงเงินลงทุนมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล) และเงินสำรองฉุกเฉิน

เงินสำรองฉุกเฉินต้องสอดคล้องกับอาชีพ: คนทั่วไปควรมีเงินสำรอง 6 เดือน แต่สำหรับอาชีพที่ไม่แน่นอน เช่น ดารานักแสดง หรือฟรีแลนซ์ อาจต้องเตรียมเงินสำรองไว้ถึง 12-24 เดือน

4. อันตรายของแนวคิด "อยากรวยเร็ว"

เสี่ยงต่อการถูกหลอกและสูญเสียมหาศาล: การคาดหวังผลตอบแทนสูงๆ อย่างรวดเร็ว (เช่น 30%) มักเป็นกับดักที่ทำให้หูดับ มองไม่เห็นความเสี่ยง และนำไปสู่การโดนหลอกจนสูญเงินต้นและสูญเสียโอกาสในชีวิต

โลกนี้ไม่มีการลงทุนที่ปลอดภัยแต่ได้ผลตอบแทนสูงปรี้ด: การเงินคือระบบที่หากมีคนชนะก็ต้องมีคนแพ้ ยิ่งผลตอบแทนมาเร็วและแรงเท่าไหร่ ยิ่งต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงมหาศาล แม้แต่ผู้จัดการกองทุนระดับโลกยังทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ประมาณ 14% ต่อปีเท่านั้น

ควรเน้นการเติบโตระยะยาวและให้เวลาเงินทำงาน: แทนที่จะอยากรวยเร็ว ควรเรียนรู้และลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ (เช่น 8% ต่อปี) หากให้เวลาเงินทำงานไปเรื่อยๆ 10, 20 หรือ 30 ปี พลังของดอกเบี้ยทบต้นจะทำให้เงินก้อนนั้นเติบโตเป็นทวีคูณอย่างมหาศาลและปลอดภัยกว่า

5. ข้อคิดการปรับ Mindset เพื่อเอาตัวรอดในอนาคต (โดยเฉพาะปี 2026 ขึ้นไป)

พึ่งพาตนเองและควบคุมชีวิตตัวเอง: อย่าคาดหวังพึ่งพารัฐบาลหรือประกันสังคมเพียงอย่างเดียว ต้องวางแผนดูแลตัวเองให้รอดพ้นจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวยากและการเมืองที่รุนแรง

ระวังกับดักค่าใช้จ่ายที่เพิ่มตามเงินเดือน: ยิ่งเงินเดือนสูง คนมักจะสร้างหนี้ระยะยาวเพิ่มขึ้น (ซื้อบ้านใหญ่ขึ้น, รถแพงขึ้น) โดยหลอกตัวเองว่าเงินเดือนจะเท่านี้ตลอดไป ทั้งที่ความเป็นจริงหน้าที่การงานอาจหายไปได้ทุกเมื่อ แต่หนี้สินจะยังคงอยู่

ลงทุนในตัวเองเพื่อรับมือกับวิกฤต: ในยุคที่ AI เข้ามาแย่งงานและองค์กรจ้องจะเลย์ออฟพนักงาน เราต้องลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย (เช่น การช้อปปิ้ง) แล้วนำเงินไปลงทุนกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ (Upskill) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง

Source: แพรว talk tv, ep39
Comments

ถอดบทเรียน จากบทสนทนาในรายการมนุษย์ต่างวัย ระหว่างคุณประสาน อิงคนันท์ และคุณแอนนาเบล คชน

8/3/2026

Comments

 
​ถอดบทเรียน จากบทสนทนาในรายการมนุษย์ต่างวัย Talk EP.78 ระหว่างคุณประสาน อิงคนันท์ และคุณแอนนาเบล คชนันทน์ (Annabel Your Wealth Architect)

1. จุดเริ่มต้นและเส้นทางอาชีพ Private Banker 

คุณแอนนาเบล เป็น Private Banker ประจำอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นเจ้าของเพจที่ให้ความรู้ด้านการเงิน 

คุณแอนนาเบลอธิบายว่าอาชีพ Private Banker คือที่ปรึกษาการเงินสำหรับลูกค้าบุคคลรายใหญ่มาก บริการนี้ในประเทศไทยเริ่มต้นที่เงินลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท 

ส่วนในต่างประเทศเช่น สิงคโปร์หรือสวิตเซอร์แลนด์ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 3-5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 100 กว่าล้านบาท 

นอกจากนี้ยังมีลูกค้าระดับสูงขึ้นไปอย่าง Ultra High Networth ที่มีระดับเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท 

และ Ultra Rich ที่ระดับประมาณ 3,000 ล้านบาท 

คุณแอนนาเบลสั่งสมประสบการณ์การทำงานจากทั้งในประเทศไทย ลอนดอน สิงคโปร์ จนมาถึงสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของโลกในด้าน Wealth Management 

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของการทำอาชีพนี้ไม่ใช่แค่การมีความรู้ทางการเงิน แต่ต้องมี "ความไว้ใจ" (Trust) และความซื่อสัตย์ที่ลูกค้ามอบให้ 

ลูกค้ามักให้ดูแลเงินเพื่อส่งต่อไปถึงลูกหลาน ดังนั้นผู้ดูแลจึงต้องมีความรู้ที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องการวางแผนภาษี กฎหมายระหว่างประเทศ และการส่งต่อความมั่งคั่ง

2. แนวคิด "สถาปนิกด้านการเงิน" (Wealth Architect) 

คุณแอนนาเบลใช้คำว่า "สถาปนิกด้านการเงิน" เพราะอยากให้คนเห็นภาพว่า การเงินคือการออกแบบชีวิต ไม่ใช่มีเพียงแค่การเทรดหรือการเก็งกำไร 

การเงินนั้นเหมือนกับการสร้างบ้านที่ต้องเริ่มต้นจากรากฐาน (Foundation) ที่มั่นคงเสียก่อน 

รากฐานทางการเงินประกอบด้วย 2 ส่วนคือ:
- การมีเงินสำรองฉุกเฉิน (สำหรับ 6 เดือนถึง 1 ปี) และการมีประกันสุขภาพหรือประกันชีวิต เพื่อไม่ให้ชีวิตพังเมื่อเกิดวิกฤต 
- ลำดับถัดมาคือการสร้างโครงบ้าน ซึ่งเปรียบเสมือน "กระแสเงินสดสุทธิ" (Net Cash Flow) โดยต้องบริหารให้รายได้มีมากกว่ารายจ่ายเสมอ 

หลังจากทำสองสิ่งนี้แล้วจึงค่อยคิดถึงการตกแต่งภายใน ซึ่งเปรียบเหมือนการจัด "พอร์ตการลงทุน" 

แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่มักทำข้ามขั้นตอน 
โดยนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในหุ้นหรือทองคำก่อนที่จะสร้างรากฐานที่ปลอดภัย 
เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นมา ชีวิตจึงพังทลายและต้องไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ

3. พฤติกรรมทางการเงินของคนไทยที่ควรเปลี่ยน 

มุมมองเรื่องเงินของคนไทยมีความผิดเพี้ยนไปมาก เช่น การกู้เงินมาจัดงานแต่งงานให้หรูหรา ทำให้ชีวิตคู่เริ่มต้นด้วยการมีหนี้สิน 

คนไทยมักมองว่ารถและบ้านเป็นเครื่องแสดงความสำเร็จในชีวิต โดยไม่ได้คำนึงถึงภาระหนี้และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยุโรป 

นอกจากนี้ เมื่อมนุษย์เงินเดือนชนชั้นกลางมีรายได้สูงขึ้น ไลฟ์สไตล์การใช้เงินก็มักจะสูงตามทันที (Lifestyle Inflation) ซึ่งทำให้มีปัญหาชีวิตหนักที่สุด เพราะเสียเงินไปกับสิ่งของเพื่อนำไปเปรียบเทียบในสังคม 

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่อันตรายมากคือ การใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อของลดราคา ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินสด แล้วเลือกใช้วิธีจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ 

ในขณะที่เศรษฐีชาวสวิสจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางชีวิต ไม่ชอบอวดรวย และจะรู้สึกอายหากใช้เงินฟู่ฟ่าซื้อของที่ดูหรูหราจนเกินไป 

คุณแอนนาเบลเล่าว่าตนเองก็เคยพังมาก่อนจากการใช้เงินเก็บทั้งหมดไปซื้อของแบรนด์เนมตามค่านิยมของสังคมไทย แต่เมื่อไปเรียนที่อังกฤษจึงได้เห็นว่านักศึกษาชาวยุโรปไม่ได้มีค่านิยมบ้าแบรนด์เนมแบบคนเอเชีย

4. โลกที่เปลี่ยนไปและการ "ตื่นรู้" ทางการเงิน 

คุณแอนนาเบลเตือนว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป และการเลย์ออฟพนักงานจะเกิดถี่ขึ้นเพราะบริษัทจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ 

ยุคที่อัตราดอกเบี้ยต่ำเกือบศูนย์และเศรษฐกิจรุ่งเรืองอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 2008 ได้จบลงแล้ว ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น กระแสโลกาภิวัตน์กำลังสิ้นสุดลงกลายเป็นการแตกแยกทางเศรษฐกิจ (Fragmentation) และมีสงครามการค้าที่ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น 

ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจึงต้องตื่นรู้ทางการเงินอย่างเร็วที่สุด ไม่สามารถใช้ชีวิตไปวันๆ หรือเป็นหนี้แบบเดิมได้อีกต่อไป 

คนที่ไม่มีความรู้ทางการเงินมักจะแห่ซื้อสินทรัพย์ตามเพื่อนในราคาแพง 
และขายทิ้งเมื่อตกใจกลัวจนขาดทุนและเงินหมด 

ทุกคนจำเป็นต้องหาความรู้เรื่องการเงินและการลงทุนตั้งแต่วันนี้ 
เพราะความรู้จะเป็นพลังและเป็นโอกาสที่แท้จริงในยามวิกฤต 
การลงทุนในตัวเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่ ๆ ให้มีคุณค่าต่อองค์กรก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพื่อรับมือกับการเลย์ออฟ

5. เงิน ความสุข และการเกษียณเพื่ออิสรภาพของชีวิต 

สำหรับคุณแอนนาเบล เงินไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เราได้มาซึ่งอิสรภาพและเวลา 

มีงานวิจัยพบว่าช่วงที่คนจะมีความสุขกับเรื่องเงินมากที่สุดคือคนที่มีทรัพย์สินในระดับ 30 ถึง 300 ล้านบาท เพราะเป็นช่วงที่ดูแลจัดการได้ ไม่ใหญ่เกินไปจนต้องปวดหัวกับปัญหาอื่น ๆ 

ความสุขที่แท้จริงของคนรวยระดับ top คือการมีครอบครัวที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความไว้ใจกัน และมีอิสรภาพที่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตตื่นขึ้นมาทำอะไร 

ตัวคุณแอนนาเบลเองตั้งเป้าหมายเกษียณตอนอายุ 40 ปี และทำได้สำเร็จแล้ว 

คำว่าเกษียณในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหยุดทำงาน แต่หมายถึงการมีอิสรภาพและมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธสิ่งที่ไม่ชอบ เพื่อเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ตนอยากทำจริงๆ 

ในตอนท้าย คุณแอนนาเบลได้ให้คำแนะนำไว้ว่า ประเทศไทยไม่ได้มีสวัสดิการเกษียณอายุแบบในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนดูแลตัวเองให้ได้ เราควรคิดเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ว่าหลังเกษียณอยากใช้เงินเท่าไหร่ มีไลฟ์สไตล์แบบไหน และจง "เลือกซะในวันที่คุณเลือกได้ ไม่ใช่โดนผลักออกจากระบบแล้วเลือกไม่ได้อีกต่อไป

Source: YouTube; รายการมนุษย์ต่างวัย Talk EP.78
Comments

Annabel-Your Wealth Architect

5/3/2026

Comments

 
ถอดบทเรียนจากการสัมภาษณ์ "Annabel-Your Wealth Architect" ในรายการ "AnnandJom" ทาง YouTube

Note: Annabel น่าจะถูกสัมภาษณ์มาเยอะแหละ แต่อันนี้คือรายการแรกที่เราดูและดูจบก็เลยถอดบทเรียนมาได้แบบนี้

1. Ultra-rich คือบุคคลผู้ซึ่งมีทรัพย์สิน $100M USD ขึ้นไป "ส่วนมาก" จะไม่ค่อยใช้ brandname (ฝั่ง Italy อาจมีบ้าง แต่ไม่เยอะ) เพราะคนที่ใช้ brandname ส่วนมากยังเป็น "ผู้บริโภค" อยู่ ในขณะที่ Ultra-rich เขาไปไกลกว่านั้นแล้ว คือเขาสร้าง product สร้างสินค้า เป็นเจ้าของสินค้านั้น ๆ ไม่ใช่ "ผู้บริโภค"

Ultra-rich ไม่ได้เน้น brandname แต่เน้นความสะดวกสบาย ถูกกาลเทศะ blend in ไม่ "ตะโกน" เสื้อผ้าที่ใส่อาจจะแพงมาก ตัวละแสนบาท เพราะ material (ที่ใส่แล้วสบาย) แต่จะไม่ติด brand หรือ logo

2. Ultra-rich ให้ความสำคัญเรื่องเวลา เพราะ 1 วินาทีของเขา อาจมีค่าเท่ากับ $2,500 USD

อันนี้คือบทเรียนที่เราถอดได้จากการสัมภาษณ์ของรายการ AnnandJom นะครับ 

Annabel อาจจะถูกสัมภาษณ์รายการอื่นและเขาอาจจะพูดอีกหลาย topic ที่เรายังไม่ได้ดูก็คงมีอีกเยอะ ส่วนตัวแล้วเราชอบที่เขาพูดถึงเรื่อง "brandname" เพราะคนไทยยังติดกับดักนี้กันอยู่ ส่วนมากก็มาจากการเสพสื่อ

05/03/2026 💕💕💕
Comments

UTS; เทอมสุดท้าย

5/3/2026

Comments

 
อาทิตย์นี้ เป็น 1-week break ของ UTS จากเทอม 1 สู่เทอม 2

อาทิตย์หน้าเป็น O-Week ของเทอม 2 ซึ่งจะเป็นเทอมสุดท้ายของการเรียน Psychology ของเรา 🎓

ก็ไม่น่าเชื่อนะ
ทีแรกก็คิดว่าจะค่อย ๆ เรียนไป 2.5 - 3 ปี จริง ๆ เรากะเรียนเทอมเว้นเทอม และเทอมละ 1 ตัวเท่านั้น

แต่กลับกลายเป็นว่าเรา Accelerate ให้จบทุกอย่างภายใน 1 ปี ซึ่งถ้าเรียน Full-time เทอมละ 1 ตัวก็จบภายใน 20 เดือนนะ ⏳

ที่ Accelerate เพราะว่าเนื้อหามันไม่ยากมากครับ

เอาจริง ๆ นะ ถ้าคุณทำงานมาในระดับนี้แล้ว เจอผู้คนเยอะแยะมากมายหลากหลายปัญหาในชีวิต คุณก็พอจะเข้าใจ "มนุษย์" อยู่บ้าง ดังนั้นจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อมถ้าเราคิดอยากจะเรียน 
แต่ก่อนก็สงสัยว่าคนที่เขาเรียนจิตวิทยาเขาเรียนอะไรกัน

ตอนนี้เรียนมาถึงวิชาสุดท้ายแล้ว (Next week) เราก็หายสงสัยแล้วล่ะ
อ๋อ มันเรียนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นี่เอง

คำว่า "Clinical" ที่เขาพูดถึงกัน มันเป็นแบบนี้นี่เอง Blah...blah... 

เหลืออีกแค่ 1 เทอม 1 วิชา

24 April 2026 ก็จบแล้วครับ 

หลังจากนี้ก็คงจะไปเร่งเรียน Cert IV in Finance and Mortgage Broking ให้จบ เพราะค้างเอาไว้ที่ Module 3 ยังไม่ไปถึงไหนเลย (ทั้งหมด 8 Modules)

...ไม่มีใครดับฝันเราได้ นอกจากตัวเราเอง... ✨

05/03/2026 💕💕💕"
Comments

สิงคโปร์

1/3/2026

Comments

 
Singapore 🇸🇬

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก ๆ บนแผนที่โลก 
แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับ “นครรัฐ” แห่งนี้

1️⃣ ประเทศที่เป็นทั้งเมืองและประเทศในตัวเอง
สิงคโปร์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่เป็น “City-State” หมายความว่า เมืองหลักและประเทศคือพื้นที่เดียวกันทั้งหมด

ทิศเหนือไปทิศใต้: 45 นาที
ทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก: 45 นาที

2️⃣ หนึ่งในประเทศที่สะอาดที่สุดในโลก
กฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการทิ้งขยะและการดูแลพื้นที่สาธารณะ ทำให้สิงคโปร์มีภาพลักษณ์เป็นประเทศที่สะอาดและเป็นระเบียบมาก

เคยเป็นประเทศที่สะอาดที่สุดในโลก
ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังครองตำแหน่งนี้หรือเปล่า
แต่เราบริหารและจัดการได้ดีจริง ๆ ครับ

3️⃣ หมากฝรั่งถูกจำกัดการขาย
ตั้งแต่ปี 1992 สิงคโปร์จำกัดการนำเข้าและจำหน่ายหมากฝรั่ง เพื่อรักษาความสะอาดของระบบขนส่งและพื้นที่สาธารณะ

ถ้าใครเดินทางมาจากต่างประเทศ ก็สามารถมีหมากฝรั่งได้ 1 กล่องต่อคน

แต่ภายในประเทศไม่มีขาย

4️⃣ สนามบินระดับโลก
Changi Airport ได้รับรางวัลสนามบินที่ดีที่สุดในโลกหลายปีซ้อน โดยส่วนตัวแล้วชอบความสะอาด และห้องน้ำ 1 ห้องจะมีคนทำความสะอาดประจำอยู่ที่นั่นเลย 1 คนตลอดเวลา บริหารและจัดการได้ดีมาก

5️⃣ Multiculture 💕💕💕
แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่มีความหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งชาวจีน มาเลย์ อินเดีย และกลุ่มอื่น ๆ ทำให้มีอาหารและเทศกาลที่หลากหลายมาก

ป้ายส่วนมากต้องมี 4 ภาษา; มาเลย์ จีน อินเดีย และภาษาอังกฤษ (ภาษาราชการ)

ที่สิงคโปร์ห้ามประท้วง หรือชุมนุมเกิน 4 คน
ถ้าจะประท้วงหรือชุมนุมเกิน 4 คน ก็ต้องทำเรื่องอนุญาติ แล้วคิดว่าเจ้าหน้าที่จะอนุญาติหรือเปล่าหละ

ดังนั้น ที่นี่สงบมากครับ

6️⃣ ประเทศที่มี GDP ต่อหัวสูงมาก
แม้ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากนัก แต่สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางการเงินและการค้าระดับโลก

เล็กแต่ทรงพลัง สิงคโปร์คือบทพิสูจน์ว่า ขนาดไม่ได้กำหนดศักยภาพของประเทศ 🌏 💕💕

ประเทศสิงคโปร์ก็มีปัญหาของเขาแหละ
แต่ปัญหามันเล็กน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 💕💕💕 🇸🇬 🇸🇬

ที่นี่: Singapore 🇸🇬 🇸🇬
Comments

    Author

    John Paopeng

    Archives

    June 2026
    May 2026
    April 2026
    March 2026
    February 2026
    January 2026
    December 2025
    November 2025
    October 2025
    September 2025
    August 2025
    July 2025
    June 2025
    May 2025
    April 2025
    March 2025
    February 2025
    January 2025
    December 2024
    November 2024
    October 2024
    September 2024
    August 2024
    July 2024
    June 2024
    April 2024
    March 2024
    February 2024
    December 2023
    October 2023
    September 2023
    August 2023
    July 2023
    February 2023
    January 2023
    December 2022
    November 2022
    October 2022
    September 2022
    August 2022
    July 2022
    June 2022
    May 2022
    April 2022
    January 2022
    December 2021
    November 2021
    October 2021
    September 2021
    August 2021
    July 2021
    June 2021
    March 2021
    January 2021
    December 2020
    November 2020
    October 2020
    September 2020
    August 2020
    July 2020
    June 2020
    May 2020
    April 2020
    March 2020
    February 2020
    December 2019
    November 2019
    October 2019
    September 2019
    August 2019
    July 2019
    June 2019
    May 2019
    April 2019
    March 2019
    February 2019
    January 2019
    December 2018
    November 2018
    October 2018

    Categories

    All

    RSS Feed

Powered by Create your own unique website with customizable templates.
  • Blog; journal of life
  • Daddy Diary
  • Investment Diary
  • Business Tips and Tricks
  • ข้างขอบเตียง
  • ครูไทยในต่างแดน
  • ebooks
  • About
  • กราบขอบคุณ