|
2.5 เดือนผ่านไปไวมาก
เอาจริง ๆ คุณแม่เราไม่ได้อยากมาออสเตรเลียเลย แกไม่ชอบเดินทาง อย่าว่าแต่ภายในประเทศเลย แกชอบอยู่บ้านเกิดแก เมาส์มอยกับเพื่อนข้างบ้าน ต่าง ๆ นานา ที่แน่ ๆ คือเพื่อนรุ่นเดียวกัน เหลือกันแค่ 2 คนแล้ว แม่มาที่นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว 1. ครั้งแรก แม่ก็อยู่นาน เกือบ ๆ 3 เดือน ตอนนั้นเรายังเป็นอาจารย์สอน high school อยู่ ก็ต้องไปสอนทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ถึงจะว่าง แม่ก็อยู่บ้านกับภรรยาเรา แกก็คงเบื่อ ๆ 2. ครั้งที่ 2 ดีหน่อย คราวนี้แม่มากับน้อง ๆ ของแม่; น้องสาว 2 คน น้องชาย 1 คน และอยู่แค่ 1 อาทิตย์ แบบนี้แม่ OK... ถ้าให้อยู่นานกว่านั้นแม่ก็ไม่ชอบ 3. ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3, อยู่นานหน่อยนะแม่ 2.5 เดือน และเป็นการมาออสเตรเลียครั้งสุดท้าย และก็น่าจะเป็นการเดินทางต่างประเทศ 2nd last time... เพราะครั้งสุดท้ายก็น่าจะเป็นเดือนมกราคมปีหน้า เราจะพาแม่ไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านซะหน่อย หลังจากนั้นก็คงปิด job ทุกการเดินทางของแม่ ร่างกายแกเริ่มไม่ไหว แกไม่ชอบเดินทาง นั่งรถแกก็ไม่ชอบ แต่ที่มาครั้งนี้เพราะเราย้ายบ้านใหม่ และมันคือบ้านหลังสุดท้ายของเราที่ออสเตรเลีย เราจะไม่ย้ายอีกแล้ว จะไม่มีการ pack & unpack อีกแล้วชีวิตนี้ ต่อไปถ้าจะย้ายก็คือ กระเป๋า carry on ใบเดียวจบ เอาจริง ๆ คือเราอยากให้แม่มาเห็นความสำเร็จของเราแหละ เห็นอาณาจักร "J" ของเราแหละ มันแตกต่างจาก trip แรกและที่ trip ที่สองของแม่มาก ตอนนี้เราค่อนข้างมั่นคงกับชีวิต บ้านที่เป็น family home ที่ปลอดหนี้ และอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เราก็อยากให้แม่เราก็เห็น มาสัมผัสก็แค่นั้น 4. ทุกสิ่งอย่างหลังจากนี้ก็ ครบ จบ สมบูรณ์ เรากับภรรยาก็คงจะเทียวไป ๆ มา ๆ ระหว่างเมืองไทยกับสิงคโปร์ ปีหน้า 2026 ลูกสาว take gap year ก็น่าจะเดินทางด้วยกัน trip ไหนเขาไม่อยากไป เขาก็โต๋เต๋รออยู่ที่สิงคโปร์ก็ได้ แต่เมื่อลูกสาวเริ่มเข้าเรียน Uni; 2027 เราก็คิดว่าพวกเราก็เดินทางได้ตามปรกติ เพราะลูกก็โตแล้ว เขาดูแลกันเองได้ 2 คน (น่าจะตีกันมากกว่า) หรือเรากับภรรยาก็เดินทางแบบ overlap กันก็ได้ เอาเป็นว่า มันจัดการชีวิตง่ายกว่าตอนที่ลูกอยู่ high school เยอะเลย 5. ส่วนเรื่องงาน เราก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เดินทางไปมาสะดวก เอาเป็นว่า financially เราสามารถซื้อตั๋วแล้วบินได้เลย ไม่ต้องรอช่วง promotion อะไรต่าง ๆ นานา 6. ชีวิตเราหลังจากนี้ เราก็ได้แต่หวังว่าเราจะมีเวลาให้กับ spiritual journey ของเรามากขึ้น ทุกสิ่งอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับภรรยาเราด้วย ครอบครัวเรา มีเราคนเดียวที่มีศาสนา ภรรยาและลูกเรา 2 คนเป็น "free thinker" คือเขาไปไหนมาไหนกับเราได้ สวดได้ เข้าพิธีกรรมได้ (แต่ไม่ชอบ) แต่ไม่ได้นับถืออะไร และเราไม่เคยบังคับ โดยเฉพาะลูก ๆ ขอแค่ "เข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตาม" ก็พอ กาละและเทศะสำคัญ นอกนั้นเราปล่อย joy คือถ้าเขาอยากจะนับถือหรือ "in" กับเรื่องอะไร เขาต้องนับถือหรือ "in" ด้วยตัวของเขาเอง ...ชีวิตที่เหลือคือกำไร... 💕💕💕 บันทึกเอาไว้ เป็นความทรงจำ 23/11/2025 💕💕💕 |
AuthorJohn Paopeng Archives
December 2025
Categories |
RSS Feed